วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ราศีปีศาจที่ 59 โอริอัส (Oriax) 11-15 ม.ค.

~Singapore cartoon 1~


ราศีปีศาจที่ 59 โอริอัส  (Oriax) ประจำวันที่ 11-15 มกราคม

ภาพที่ 1 ดวงตรามารโอริอัส
ที่มา http://ally-goetia.blogspot.com/2009/07/59-orias.html

     😈 โอริอัสคือพญามารตนที่ 59 ของพระเจ้าสุลัยมาน มีทัพผีและปีศาจ 30 กองพลในอำนาจ ซึ่งพญามารตนนี้สามารถให้ความรู้เกี่ยวกับดาราศาสตร์ ดลบันดาลให้ได้รับเกียรติยศที่ดี , สิ่งที่น่ายินดีทั้งหลาย ทำให้เป็นที่โปรดปรานของมิตรและศัตรู และเปลี่ยนแปลงมนุษย์ให้กลายเป็นรูปร่างต่าง ๆ โดยโอริสอัส จะปราฏในรูปร่างของมนุษย์สิงโตถืองูสองตัวขี้ม้าที่มีหางเป็นงู หรือปรากฏตนเป็นสิงโตที่มีหางเป็นงู

ภาพที่ พญามารโอริอัส Orias รูปแบบที่ 1
ที่มา http://occult-world.com/demons/oriax/

ภาพที่ พญามารโอริอัส Orias รูปแบบที่ 2 (Orias in Shin Megami Tensei , Japanese grame)
ที่มา https://megamitensei.fandom.com/wiki/Megami_Tensei
~Singapore cartoon 2~ 

      😈 เป็นที่แน่ชัดว่า โอริอัสพญามารคือกลุ่มดาวโอไรออน (Orion) หรือไทยมองเป็นกลุ่มดาวเต่า จีนแบ่งกลุ่มดาวโอไรออนเป็นสองส่วน ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มดาวเสือขาวทิศตะวันตก西方白虎 ของจีน ส่วนน้อยอยู่ในกลุ่มดาวนกเพลิง南方朱雀 ทางทิศใต้
   
      😈 ส่วนพญามารและเทวทูตสวรรค์ทั้งหมดคือกลุ่มดาวต่าง ๆ ในคริสตจักรยุคกลางตามที่ในหนังสือเนเชอรอล อีสทอรี natrual history ของ โพลนี่ เดอะ เอลเดอร์ Pliny the Elder (คริสตศตวรรษที่ 23-79) ที่กล่าวธรรมชาติของโลกตามความเข้าใจของคริสตศาสนาโบราณ ได้กล่าวถึงการที่ปรึกษาของวาติกันพวกที่เรียกตนว่า เปอริติ Periti ได้เคยแบ่งกลุ่มดาวบนท้องฟ้าเป็น 72 กลุ่มดาว ซึ่งในโลกโบราณแรกสุดน่าจะเริ่มจากกลุ่มดาวตามชะตาเกิด สิบสองราศี แต่ต่อมา ปโตเลมี / ทอเลมี Ptolemy โหรชาวกรีก ได้เพิ่มกลุ่มดาวไปอีก 36 กลุ่มเป็น 48 กลุ่มดาว ต่อมาในศาสตร์มืดของโซโลมอน (พระเจ้าสุลัยมาน) หรือคริสตจักรยุคกลางตามคำอ้างของโพลนี่ก็มี 72 กลุ่มดาว ท้ายที่สุดตามการจัดเรียงใหม่ของสหพันธ์ดาราศาสตร์สากลในปัจจุบันมี 88 กลุ่มดาวที่มนุษย์รู้จัก

      😈  โดยการที่โอริอัสประจำวันที่ 11-15 มกราคม เพราะเป็นช่วงต้นปีที่กลุ่มดาวโอไรออนจะขึ้นกลางท้องฟ้าซึ่งกลุ่มดาวโอไรออนเป็นกลุ่มดาวที่สังเกตง่ายมากบนท้องฟ้าเพราะทำมุมกับกระจุกดาวลูกไก่ในราศีพฤกษภ โดยกรณีที่มองด้วยตาเปล่ากลุ่มโอไรออนสังเกตได้ง่ายกว่าดาวลูกไก่และกลุ่มดาวราศีพฤกษภ เมื่อหากลุ่มดาวโอไรออนเจอ ก็จะเห็นกลุ่มดาวในจักรราศีต่าง ๆ ได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มดาวราศีพฤกษภ ราศีกุมภ์ ราศีมีน  ราศีเมษ ราศีเมถุน ราศีกรกฎ ราศีสิงห์ ราศีกันย์ ราศีตุล ราศีพฤศจิก ราศีธนู ฯ ในจักรราศีทั้งสิบสองทำให้ในอินเดียโอไรออนคือพระทักษะ ประชาบดีที่มีเศียรเป็นแพะ (ดาวโอไรออนมี "มฤคสิระ" หัวกวางเป็นส่วนหัว?) เป็นบิดาของนางนักษัตรทั้ง 27  (ดวงที่ 28 อภิชิตา ไม่เสวยฤกษ์เกิด แต่ใช้คำนวนโชค) ตนประจำราศีทั้ง 12 เพราะแม้กลุ่มดาวโอไรออนไม่ได้อยู่ในสิบสองราศีกรีกตามสุริยคติ แต่อยู่ในราศีปีศาจ ราศีอินเดีย และจีน เพราะเป็นกลุ่มดาวสำคัญที่พระจันทร์เข้าไปเสวยฤกษ์ตามจันทรคติที่นับตาม 27 วันทุก ๆ วันเท่ากัน ในขณะที่ฤกษ์ราศีปีศาจและทูตสวรรค์ก็มีเรื่อง 12 ราศี และดาวนพเคราะห์มาเกี่ยวของเช่น ว่าปีศาจหรือเทพตนนั้นตนนี้ มีดวงจันทร์มาเสวยฤกษ์ มีนพเคราะห์อะไรบ้างกี่องศา แต่ผู้เรียบเรียงมีเวลาแปลน้อย เนื่องจากต้องรวบร่วมข้อมูลไปทำวิจัยที่ต่างประเทศ เพราะมีข้อมูลมากทั้งภาษาละติน และอังกฤษ ผู้ใดสนใจก็ไปหาอ่านเอาเองก่อนแล้วกัน
 

ภาพที่ 2 กลุ่มดาวมฤคสิริ และดาวอารทรา ในกลุ่มดาวโอไรออน สังกัดราศีเมถุน ตามโหราสตร์อินเดีย
ที่มา https://wealthymatters.com/2013/02/08/nakshatras-and-lucky-numbers/

~Orion can not after all Pleiades~


          😈 เพียงแต่จะบอกว่าโอริอัส คือกลุ่มดาวโอไรอัน ซึ่งในตำนานกรีกว่าเป็นนายพรานบุตรของโปไซดอน หรือบุตรของพญายักษ์มีความสามารถในการล่าสัตว์มาก แต่อาภัพเรื่องความรัก ครั้งหนึ่งเจอนางเทพธิดาทั้งเจ็ดหลงรักก็วิงไล่ตาม นางทั้งเจ็ดก็เหาะหนีกลายเป็นดาวลูกไก่ ต่อมาจะล่าสัตว์ให้หมดป่าเพื่อเป็นของหมั้นแก่เจ้าหญิงมีโรปี Merope ก็ถูกไกอาแม่ธรณีส่งแมงป่องมาฆ่าเกือบตาย เมื่อล่าสัตว์ไม่สำเร็จพ่อของมิโรปี กษัตริย์อีโนเปียน Oenepion ก็มอมเหล้าทำตาให้บอดแล้วเอาไปทิ้งทะเล


ภาพที่ 3 อพอลโล ท้าให้ไดอะนาทดสอบความเก่งธนูของเธอด้วยให้ยิงสัตว์ตัวหนึ่งที่ว่ายน้ำในทะเลซึ่งก็คือโอไรออน
ที่มา https://app.emaze.com/mobile/%40allzlwri?tgjs=0

     😈 ต่อมาได้การช่วยเหลือจากเทพแห่งการแพทย์ แอสคลีเพียส (Asclepius) หรือสุริยเทพอพอลโล (Apollo) ทำให้ตาดีเหมือนเดิม กลับไปพบรักกับอาร์เทมิส (Arthemis) หรือ ไดอะนา (Diana) เทพีแห่งจันทร์น้องสาวของสุริยเทพ  แต่ไดอะนาสาบานกับซีอุสว่าจะถือพรหมจรรย์ไม่แต่งงานในสมัยที่ซีอุสจะหาสามีให้ อพอลโลจึงกลัวว่าเทพบิดาซีอุสจะโกรธลงโทษน้องสาว แต่ถ้าตนฆ่าโอไรออนก็ทำให้น้องสาวโกรธตน จึงหลอกให้ไดอะนายิงสัตว์ตัวหนึ่งที่กำลังว่ายน้ำในทะเลซึ่งความจริงคือโอไรออน ด้วยความเสียใจไดอะนาจึงพาศพของโอไรออนและสุนัขคู่ใจของเขาไปเป็นกลุ่มดาวนายพราน และสุนัขบนท้องฟ้า


~like Athemis Shoot Orion but this game is not~


~ Orion is the hunter in Greek myth~


~The Straight line connecting between Orion ,Taurus &Pleiades~

    😈  ในอียิปต์โอไรออนคือ โอซิริสเทพหลังความตาย ผู้เคยเป็นมหาเทพของอียิปต์ แต่ถูกน้องชายคือเทพมารเซต ฆ่าเพื่อแก้แค้น และแย่งตำแหน่งมหาเทพไป จนลูกชายของโอซิริส และเทพีแห่งเวทมนต์ไอซิสคือ เทพเยี่ยวฮอรัส ต่อสู้และแย่งชิงตำแหน่งมหาเทพของอียิปต์กลับคืนมาได้



ภาพที่ 4 ครอบครัวของเทพโอซิริส

~Osiris King of gods and his wife Isis goddess of magic~
    
    😈 ตามความเชื่อของอียิปต์ ทุก ๆ ปีเมื่อถึงหน้าแล้งน้ำแม่น้ำไนล์จะแห้ง ชาวอียิปต์โบราณจะบูชาเทพเซตให้ไปฆ่าเทพโอซิริส เพื่อให้เทพีไอซิสผู้เป็นชายาร้องไห้ แล้วน้ำในแม่น้ำไนล์ก็จะสมบูรณ์เพราะน้ำตาของเทพีไอซีส ซึ่งออกตามหาพระศพของสวามีคือเทพโอซิริส ที่ถูกเทพเซตหั่นเป็นชิ้น ๆ แล้วทื้งในแม่น้ำไนล์ 
~Set god kill his brother; Osiris king of gods~

     😈 เพื่อต้องการแก้แค้นที่เทพไอซิริส เมาแล้วเข้าห้องผิดได้เสียกับเทพีเนฟธีส Nephthys ชายาของตนจนเกิดเทพยมทูตอานูบีส Anubis ที่มีเศียรเป็นหมาไน บุตรของเทพโอซิริสที่เกิดกับน้องสะใภ้ ซึ่งก็ทำหน้าที่เก็บรักษาศพในระหว่างที่เทพีไอซิสเก็บพระศพมาต่อกันทำเป็นมอมมี่แล้วก็รายเวทมนต์คือชีพให้เทพโอซิริส ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นมอมมี่ตนแรก 

~Set god throw all pieces of Osiris death body into Nile river~

     😈 และหลังจากเทพเหยี่ยวฮอรัสชนะเทพเซต ได้บัลลังก์เทพคืนมา เทพโอซิริสก็ยกให้เทพฮอรัสบุตรของตนดูแล ส่วนตนไปเป็นพญายมปกครองโลกแห่งความตาย ซึ่งเทพฮอรัสบุตรโอซิริสที่เกิดกับชายาเอกเทพีไอซีส และนกกระสาแห่งการเกิดใหม่เบนนู Bennu จะส่งวิญญาณมนุษย์ไปสู่โลกแห่งความตายหรือเกิดใหม่ 

~Isis goddess's tears~

~Anubis help Isis goddess collects all Osiris pieces of  body from Nile river~


    😈 ส่วนอานูบิสบุตรของโอซิริสที่เกิดกับน้องสะใภ้เทพีเนฟธีส ก็ได้กลายเป็นยมทูตค่อยดูแลวิญญาณคนตายให้ไปรับคำพิพากษา ว่าจะได้ไปอยู่ดินแดนแห่งความสว่าง หรือไปเป็นเหยื่อของสัตว์ร้ายในโลกมืด


~Aunubis help Isis care for Osiris god Mummy~


~Osiris Egypt god; Mummy form~


ภาพที่่ 5 พระวีรภัทรตัดเศียรท้าวทักษะเทพแห่งปัญญา

      😈 ทักษะ ประชาบดี (กลุ่มดาวโอไรออนตามคติอินเดีย) บุตรพรหมเทพผู้ไม่เคารพบิดา จึงถูกสาปให้มีแต่ลูกสาว ทำให้นางเทพธิดาบุตรีของพระทักษะได้เป็นชายาของเทพเจ้าฮินดูทั้งปวง ยิ่งสร้างความอหังการให้ท้าวทักษะจนคิดว่าเทพมูรติสูงสุดคือพระศิวะเป็นเพียงลูกเขยที่น่าอับอายของตนเท่านั้น ทำให้ไม่เชิญพระศิวะมาในงานยัญพิธีที่สำคัญของเทวดา (งานสังคมชั้นสูงของเหล่าเทวดา?) ทำให้นางสตีบุตรีของท้าวทักษะและชายาของพระศิวะโกรธมาต่อว่าพ่อ ท้าวทักษะทประชาบดีจึงด่าลูกสาว และพูดดูถูกลูกเขยกลางเทวะสภา นางสตีเสียใจจึงกระโดดเข้ากองไฟยัญพิธีฆ่าตัวตาย 

~Sati devi's death scene in Devon Ke Dev...Mahadev Indian TV series 2011~

     😈 พระศิวะโกรธจึงอวตารเป็นปางวีรภัทรเข้ามาทำลายยัญพิธีและตัดเศียรท้าวทักษะทิ้งไป แต่เทวดาทั้งหลายขอร้องจึงเอาเศียรแพะในยัญพิธีมาต่อให้เป็นเศียรท้าวทักษะซึ่งเป็นเทพแห่งปัญญา เพื่อแสดงให้เห็นถึงความโง่ของท้าวทักษะ ที่บูชาแต่พระนารายณ์แต่กลับไม่เคารพพระศิวะซึ่งเป็นตรีมูรติเหมือนกันเพียงเพราะคิดว่าตนเป็นพ่อตาของพระศิวะจนเป็นเหตุให้นางสตีบุตรสาวตนเองทำลายชีพตนเอง เป็นเหตุให้ท้าวทักษะสามารถถูกล้มล้างอำนาจถอดจากการเป็นเจ้าผู้ครองจักรวาลในสมัยนั้นได้เพราะพระศิวะ (จะใช้คำว่าเจ้าโลกกลัวว่าจะมีความหมายโดยนัย)


ภาพที่ 6 พระศิวะเปลี่ยนเศียรแพะเพื่อประจานความโง่ของท้าวทักษะ
ที่มา https://www.quora.com/Did-Daksha-hate-Shiva-because-he-wanted-Shivas-title-of-god-of-gods-Mahadev


   😈 ภายหลังนางสตีก็ไปเกิดใหม่กลายเป็นปารวตี ธิดาของพระเหมวัตกับนางอัปสรเมนา เป็นน้องสาวของพระแม่คงคา ซึ่งทั้งสองต่างปรารถนาเป็นชายาของพระศิวะ แต่เนื่องจากปารวตีเป็นน้องสาวและเป็นสตีกลับชาติมาเกิด นางคงคาจึงถูกขอร้องให้เสียสละ นางจึงไปบำเพ็ญพรตและกลายเป็นสายน้ำที่สถิตในหม้อน้ำของพระพรหม (แล้วราชฤาษีภคีรถ भगीरथ จึงบำเพ็ญตบะขอให้คงคาลงมาจากสวรรค์ ต่อมานางคงคาได้กลายเป็นชายาคนแรกของพระราชาศานตนุแห่งกรุงหัสตินาปุระเพื่อให้กำเนิดเจ้าชายภีษมะ เพราะนางได้ให้สัญญาไว้กับภีษมะในชาติที่แล้วคือเทพทยุที่ถูกสาปให้มาเกิดเป็นมนุษย์เพราะขโมยวัวของพระฤาษีวสิษฐ์ )

~Arudra and Mrigasira stars in the Orion constellation~

หมายเหตุ : สันสกฤตเขียนว่า आर्द्रा ถ่ายถอดเป็นไทยได้ว่า อารฺทฺรา ภาษาอังกฤษคือ Ardra เชื่อว่าฝรั่งใส่ U เพิ่มเป็น Arudra เพื่อช่วยออกเสียง แต่ความจริงผิดไวยากรณ์สันสกฤต


   😈 แล้วนางปารวตีก็ไปพบพระศิวะด้วยความช่วยเหลือของเหล่าเทพ แต่พระศิวะนั่งสมาธิไม่ยอมลืมตามองดูนางปารวตี ด้วยความใจร้อนเทพทั้งหลายจึงขอให้กามเทพไปแผลงศรรักใส่พระศิวะ  (มีคำทำนายว่าลูกของพระศิวะจะปราบอสูรที่เป็นศัตรูร้ายของพวกเทวดาคือ "ตารกาสูร") เมื่อพระศิวะสะดุ้งลืมเนตรขึ้นเพราะต้องศร ด้วยความโกรธจึงเผากามเทพเป็นเถ้าไป ฝ่ายนางปารวตี จึงไปบำเพ็ญตนบูชาพระศิวะจนพระศิวะเห็นใจยอมรับนางเป็นภรรยา แล้วนางปารวตีกับนางรตี (นางรตีเป็นชายากามเทพ) จึงขอร้องให้ชุบชีวิตกามเทพ แต่พระศิวะกลับให้พรว่าให้กามเทพไปเกิดเป็นลูกชายพระกฤษณะคือปรัทยุมนะ พ่อของพระอนิรุทธิ์ (อนิรุทธิ์ เป็นสามีนางอุษาบุตรีพญายักษ์เจ้ากรุงพาณ ในเรื่องอนิรุทธ์คำฉันท์) แล้วพระศิวะก็อภิเษกกับนางปารวตีใต้ฤกษ์ของดาวอารทรา ซึ่งเป็นดาวฤกษ์สีแดง ที่ชาวอินเดียมองว่าเป็นหินแก้วประวาฬ (ปะการังแดงที่หายาก) น้ำตา หรือตาที่สามของพระเจ้า ชาวลานนาทางภาคเหนือแต่เดิมเรียกว่าดาวหมากแดง และเพี้ยนเป็นดาวหมาแดงในที่สุด  ซึ่งดาวอารทรา และดาวมฤคสิระ (ดาวหัวกวาง) ก็เป็นดาวนักษัตรใน 27 กลุ่มดาวที่อยู่ในกลุ่มดาวโอไรออน ที่ถือว่าอยู่ในสังกัดของราศีเมถุน (แต่ไม่ใช่ดาวที่อยู่ในกลุ่มดาวราศีเมถุน)

 
~lion king gif~

😇😇😇😇😇😇


      😇 ฮาราเฮล Harahel หรือฮาเรียล Harael เป็นเทวทูตสวรรค์สำหรับผู้ที่เกิดในวันที่ 11-15 มกราคม เทวทูตสวรรค์ฮาราเฮลจะเป็นผู้อุปถัมภ์ด้านความร่ำรวยทางปัญญาและการเข้าถึงความรู้ เมื่อมวลมนุษย์ได้รับคำแนะนำจากเทวทูตวรรค์ฮาราเฮลแห่งความอุดมสมบูรณ์ทางปัญญา ซึ่งสนับสนุนให้สร้างความดีงามและอยู่เคียงข้างความจริง ให้เกียรติซึ่งกันและกัน สร้างความสมดุลให้กับสติปัญญาของทุกคน ช่วยให้เกิดความรักที่จะเรียนรู้ และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ง่าย ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ทางปัญญาและความชาญฉลาดในทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิต คือเปลี่ยนความฉลาดของพวกเขาเป็นต้นทุน โชคลาภหรือพรสวรรค์ในหน้าที่การงาน โดยเฉพาะเรื่องของการเขียน, การพิมพ์ และการจัดพิมพ์


ภาพ 7 ฮาราเฮล Harahel เทพทูตสวรรค์แห่งความสมบูรณ์พร้อมทางปัญญา

~Orion Eden in Saint Seiya Omega Japanese Anime 2012~

ภาพที่ 8 การจัดเรียงไพ่ทาโร่ตาม 72 นามของพระเจ้าและดาราศาสตร์
ที่มา https://www.pinterest.com/pin/463167142907300844/

   😇 การจัดเรียงไพ่ทาโร่ทั้ง 36 ใบตามพระนามของพระเจ้า 72 นามโดยมีสัญลักษญ์ของ 12 ราศี เป็นแกนกลางแสดงเห็นถึงระบบดาราจักรของ 72 ราศีปีศาจและเทวทูตชัดเจนคือ เริ่มจาก 12 ราศี × 3 = 36 กลุ่มดาวของปโตเลมี/ ทอเลมี Ptolemy (การจัดกลุ่มของปโตเลมีเชื่อมโยงกับ 12 ราศี แต่การจัด 88  กลุ่มปัจจุบันยึดพื้นที่บนท้องฟ้าเป็นสำคัญ)

     😇 และเมื่อนำ 36× 2 เท่า = ราศีปีศาจ หรือเทวทูต 72  ของโซโลมอน และเมื่อ 72×5= 360 องศาของเส้นรอบวงกลม  (เส้นขอบฟ้า กับการหมุนตัวของโลก) แต่หนึ่งปีมีประมาณ 365-366 วัน ก็จะมีการใส่เศษวันที่เหลือเข้าไปในราศีปีศาจหรือเทวทูตบางราศีก็จะครบหนึ่งปี (คิดแบบง่าย ๆ) สรุปนามของพระเจ้า 72 พระนามก็คือวันเวลา โลกใบนี้ และพระเจ้าที่มนุษย์ทอดทิ้งไปนานแล้วนั้นเอง

หมายเหตุ : ไพ่ทาโร่ หรือไพ่ยิปซีนี้มีไพ่ทั้งหมด 78 ใบ แบ่งเป็น ชุดใหญ่ คือชุดไพ่เมเจอร์อาคาน่า 22 ใบ บางคนก็เรียก ชุดหลัก และ ชุดย่อยคือไพ่ไมเนอร์อาคาน่า 56 ใบ บางคนเรียก ชุดรอง, ชุดเล็ก


~Digital experience superatelier based in Prague (CZ)~



ภาพที่ 9 สัญลักษณ์ทางดาราศาสตร์ของฝรั่ง

~Astronomical clock~

ภาพที่ 10 เทพรา Ra (ปู่) หรือฮอรัส Horus (หลาน) กับนกเบนนู Bennu ส่งวิญญาณคนตาย

~Horus meet Anubis first time in Gods of Egypt, USA film 2016~




ภาพที่ 11 เทพอานูบีส ในนรกกับโอซิริสยมราช 

       😇 โอซิริสยมราช คือดาวโอไรออนและเทพหมาไนอานูบีสคือ ดาวคานิส เมเจอริส Canis Majoris มีดาวซิริอุส Sirius ที่สุกสว่างที่สุดอยู่ส่วนหัว ซึ่งในตำนานกรีกเป็นชื่อสุนัขของโอไรออน ในทางดาราศาสตร์ไทยถือว่าเป็นดาวโจร 

    😇 แต่ถ้าเป็นทางโหราศาสตร์ลานนาของไทยภาคเหนือจะกล่าวว่า โจโลฤกษ์หรือฤกษ์ดาวโจรนั้นอยู่กับดาวนักษัตร กิติกา (โจโล3: ดาวลูกไก่-ราศีพฤกษภ), ปุพพะระกุนนะ (โจโร 12: บูรพผลคุณี-ราศีสิงห์) และบุพพะสาธะ (โจโล 21: บูรพาษาฒ-ราศีธนู) โดยการคำนวนว่าใครเกิดฤกษ์ใดราศีใดนับตามวันเวียน 27 วันไม่นับตามเดือนเกิด แต่ในตำราโหราศาสตร์ไทยภาคกลางบางตำรากล่าวว่า กิติกา (ดาวลูกไก่; ราศีเมษ-พฤกษภ), อุตรผลคุณี (ราศีสิงห์-กันย์) และอุตราษาฒ (ราศีธนู-มังกร) คือฤกษ์ดาวโจร 

   😇 โดยตามโหราศาสตร์ไทย จีน อินเดีย ที่จันทรคติ นับดาวและราศีเกิดที่เปลี่ยนไปตามการโคจรของดวงจันทร์ที่เข้าไปเสวยกลุ่มดาวใน 12 ราศี 27 ดาว/ กลุ่มดาวย่อย ในรอบ 27 วันใช้เวลาตกฟาก เรียกว่า "ลัคนา" ไม่ได้เป็น 12 ราศีตามเดือนอย่างสุริยคตื เช่น คนที่เกิดสิงหาคมอาจจะตกฟากดาวอารทรา ในราศีเมถุน เทวีฤกษ์ได้ ดังนั้นคนเกิดเดือนไหนก็ตกฟากได้ทุกฤกษ์ ไม่ว่าจะเป็น ราชาฤกษ์ เทวีฤกษ์ โจโรฤกษ์ ฯลฯ


ภาพที่ 12 แผนที่ดาวนักษัตร 27 กลุ่มดาวตามฤกษ์ต่าง  ๆ ของลานนา

   😇 แผนที่ดาวนักษัตร 27 ตามโหราศาสตร์ลานนา สี่เหลี่ยมวงนอกสุดคือชื่อกลุ่มดาวนักษัตร 27 ดวง สี่เหลี่ยมวงกลางคือ ดวง 9 ฤกษ์แบบไทย x 3 เรียงกัน สี่เหลี่ยมวงในคือดาวนักษัตร 27 ดวงในชื่อไทยและแผนที่จำนวนดาวและลักษณะการเรียงตัวในชื่อแบบไทย สี่เหลี่ยมตรงกลางคือดาวจระเข้ หรือดาวหมีใหญ่ 

    😇 ดาวหมีใหญ่ หรืออุร์สา เมเจอร์ (Ursa Major) ซึ่งทางลานนาเรียกว่าดาวช้างหลวง จีนเรียกว่าดาวกระเช้าสวรรค์ หรือประตูสวรรค์ อินเดียเรียกว่าสัปตฤาษี (ฤาษี 7 ตนสามีนางกฤติกา หรือดาวลูกไก่ทั้ง 7 ในราศีพฤกษภ) ดาวหมีใหญ่หรือจระเข้ มีความสำคัญในการใช้หาดาวเหนือที่อยู่ที่หางกลุ่มดาวหมีน้อยอุร์สา ไมเนอร์ (Ursa Minor) ซึ่งสมัยโบราณใช้เป็นจุดกึ่งกลางของท้องฟ้าหรือประตูสวรรค์ 

   😇 ฤกษ์ไทยโบราณทั้ง 9 ฤกษ์ตามดาวประจำวันเกิดและเวลาตกฟาก ไม่ใช่เดือนเกิดคือ 

1.ทลิทโท - ผู้ขอ คนยากจนเข็ญใจ นิยมใช้ฤกษ์นี้ในการสู่ขอและทวงหนี้

2.มหัทธโน - ผู้มีทรัพย์มาก เศรษฐี นิยมใช้ฤกษ์นี้ในการเปิดกิจการเกี่ยวกับการเงิน

3.โจโร - ผู้ปล้น ผู้แย่งชิง นิยมใช้ฤกษ์นี้ในการออกปล้นค่ายหรือโจมตี ตลอดจนใช้ในกิจการทหาร

4.ภูมิปาโล - ผู้รักษาแผ่นดิน ผู้เป็นใหญ่ นิยมใช้ฤกษ์นี้ในการวางเสาหลักเมือง หรือกระทำการที่ต้องการความมั่นคง

5.เทศาตรี หรือเวสิโย - พ่อค้าแม่ค้า นิยมใช้ฤกษ์นี้เปิดท่าเรือและกิจการการค้า ตลอดจนทำการที่ต้องให้คนเข้าออกมาก

6.เทวี - นางผู้เป็นใหญ่ นิยมใช้ฤกษ์นี้ในการทำกิจการที่เกี่ยวกับความสวยงามและสงบสุข

7.เพชฌฆาต - ผู้ฆ่า นิยมใช้ฤกษ์นี้ในการทำกิจการที่ใช้ความเฉียบขาด หรือใช้ปลุกเสกเครื่องราง

8.ราชา - ผู้เป็นใหญ่ นิยมใช้ฤกษ์นี้ในการทำกิจการที่ต้องการความมั่นคง

9.สมโณ - พระ นิยมใช้ฤกษ์นี้ในการบวช การเข้าหาความสงบ

~Cosmic Yantra~

ภาพที่ 13 กลุ่มดาวโอไรออน กลุ่มดาวราศีเมถุน Gemini กลุ่มดาวราศีพฤกษภTaurus และกลุ่มดาวสุนัขใหญ่ Canis Major

ภาพที่ 14 ดาราจักร 12 ราศี ของอียิปต์

   😇 ดาราจักร 12 ราศี ของอียิปต์ตามกรีก หรือกรีกตามอียิปต์? ก็ไม่แน่ชัดเพราะทั้งสองมีการติดต่อค้าขายและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมต่าง ๆ กัน แต่อียิปต์เก่าแก่กว่าจึงมองเข้าข้างอียิปต์ เพราะนอกจาก 12 ราศีกลุ่มดาวต่าง ๆ อียิปต์ก็มองในอัตลักษณ์ของตนเอง เช่น ดาวมีใหญ่ กระบวยตักน้ำ หรือดาวจระเข้อียิปต์มองส่วนหางเป็นน่องขาวัว ส่วนตัวที่มี 4 ดวงคือลูกชายทั้งสี่ของเทพฮอรัส ส่วนดาวมังกรทะเล ดราโก Draco ของกรีก อียิปต์มองเป็นเทวีทาเวเรต taweret หรือฮิปโปโปเตมัส เป็นต้น

ภาพที่ 15 ราศีอียิปต์ซึ่งปัจจุบันไม่อิงกับกลุ่มดาว 12 ราศีบนท้องฟ้า

   😇 ราศีอียิปต์ปัจจุบันไม่อิงกับ 12 ราศีบนท้องฟ้าของกรีก เพราะเทพีฮิปโปโป ฯ  "ตาเวเรต" Taweret คือกลุ่มดาวมังกร ดราโก Draco ของกรีก แต่ในราศีอียิปต์สำนวนนี้ว่าคือ ราศีมีน pisces, ในขณะที่ อานูบีส Anubis คือราศีมังกร Capricon ซึ่งผิดไปจากภาพดาราจักร 12 ราศีของอียิปต์โบราณ แต่ก็อาจจะมองได้ สิบสองราศีของดาราจักรก็ส่วนหนึ่ง และเทพอียิปต์พวกนี้เป็นเทพประจำ 12 ราศีอีกส่วนหนึ่ง เพื่อทำให้ราศีอียิปต์และ12 ราศีกรีกมีชื่อและวันเวลาไม่ตรงกันจะได้เป็นจุดขายได้โดยการเอาเทพอียิปต์มาเป็นราศีเสียเลย โดยราศีอียิปต์มีหลายกระแสยึดตาม 12 โครงสร้าง 12 ราศีแล้วดัดแปลงบ้าง หรือไม่เชื่อมโยงกับ 12 ราศี แบบเก่าบ้าง เป็นของใหม่ที่คิดขึ้นเองบ้าง จึงทำให้ราศีเทพอียิปต์แต่ละสำนักมีชื่อเทพเจ้าไม่ตรงกัน แล้วแต่ความพอใจของลูกค้าที่เลือกที่จะเชื่อ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น