วันเสาร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2563

โลกศาสตร์ของอียิปต์ Egyptian cosmology

รูปเทพนุนยกสุริยเทพขึ้นจากน้ำด้วยเรือ (บางตำนานก็ว่าเป็นแผ่นดินที่ผุดขึ้นเอง แต่ว่าแผ่นดินคือเทพเกบเป็นบุตรของสุริยเทพที่เกิดภายหลังดังนั้นกระแสหลักจึงว่าเป็นเรือ อาจจะอนุมานได้ว่าเรือส่งผีขวัญถือกำเนิดมาก่อนหรือพร้อมกับสุริยเทพ)
Refer to: https://en.wikipedia.org/wiki/Egyptian_mythology

ความเชื่อเรื่องโลกและจักรวาลของอียิปต์มีความสำพันธ์กับการกำเนิดเทพเจ้า กล่าวคือชาวอียิปต์เชื่อว่า แต่เดิมในจักรวาลไม่มีสิ่งใดนอกจากน้ำที่อยู่ในความมืดคือเทพนุน (Nu/Nun) ซึ่งต่อมาก็มีแผ่นดินผุดขึ้นมาจากน้ำแล้วก็กำเนิดเทพอาตัม / อาตุม (Atum) ซึ่งเป็นเทพแห่งแสงสว่างซึ่งในสมัยหลังก็รวมเข้ากับความเชื่อเรื่องสุริยเทพ-รา (Ra) และเทพอามุน (Amun) ซึ่งเป็นผู้ให้กำนิดเทพีแห่งฝนเตฟนุต/เทฟนุต (Tefnut) เทพแห่งลมชู (Shu) พี่น้องซึ่งแต่งงานกันเองแล้วให้กำเนิดพื้นพิภพคือเทพเกบ Geb และท้องฟ้าเทพีนุต (Nut) ซึ่งมีเศียรเป็นสิงโต โดยเทพเกบและเทพีนุตก็ให้กำเนิดจอมเทพโอไซริส/โอซิริส (Osiris) เทพีแห่งเวทมนต์และความรู้ไอซิส (Isis) ผู้มีปีกนก  เทพแห่งสงครามและความวุ่นวายเซต (Set) มีเศียรเป็นหมูดินสีดำ (อาร์ดวาร์ก Aardvark) หรือลา  และเทพีแห่งบ้าน และการไว้ทุกข์ เนฟทีส/เนปธิส (Nephthys)




โดยเหล่าเทพเหล่านี้จับคู่กันแต่งงานคือเทพโอไซริส (Osiris) แต่งกับเทพีไอซิส (Isis)  และเทพมาร เซต (Set) แต่งงานกับเทพีเนฟทีส (Nephthys) แล้วเทพโอไซริสกับเทพีไอซิสก็มีลูกด้วยกันคือเทพแห่งท้องฟ้าฮอรัส (Horus) มีเศียรเป็นเหยี่ยว โดยมีเรื่องเล่าว่าต่อมาคืนหนึ่งขณะที่เมาเทพโอไซริสเข้าห้องผิดทำให้ได้เสียกับน้องสะใภ้คือเทพีเนฟทีสจนให้กำเนิดเทพยมทูตอนุบิส (Anubis) มีเศียรเป็นหมาในหรือหมาพันธุ์ ฟาโรห์ ฮาวด์ (Pharaoh Hound) สีดำ เป็นสาเหตุหนึ่งทำให้เทพเซตซึ่งอิจฉาพี่ชายคือเทพโอไซริสที่ได้เป็นจอมเทพเหนือเทพอียิปต์ทั้งหลายอยู่แล้วเกลียดชังและล่อลวงพี่ชายไปฆ่าโดยหันเป็นชิ้น ๆ และทิ้งลงไปในแม่น้ำไนล์ ทำให้เทพีไอซิสให้ลูกชายคือเทพฮอรัสต้องช่วยตามเก็บพระศพของสวามีมาให้นางใช้เวทมนต์คืนชีพ โดยมีเทพอนุบิสและเทพีเนฟทีสช่วยรักษาพระศพ (ส่วนที่ค้นพบ)ไว้ไม่ให้เทพเซตมาขัดขวางพิธีคืนชีพซึ่งสุดท้ายเทพีไอซิสก็คืนชีพให้เทพโอไซริสสำเร็จดังนั้นจึงถือว่าเทพโอไซริสคือมัมมี่ตนแรกของอียิปต์ในตำนาน

เชื่อกันว่าชาวอียิปต์โบราณจะบูชาเทพเซตเมื่อถูกช่วงหน้าแล้งเพื่อให้เทพเซตไปฆ่าเทพโอไซริส แล้วจะทำให้เทพีไอซิสร้องให้ทำให้น้ำในแม่น้ำไนล์อุดมสมบูรณ์ และเทพเซตยังมีหน้าที่ช่วยทวดคือสุริยเทพ-รา ต่อสู้กับพญางูแห่งความมืดอาเปป (Apep) ในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนตัวผ่านโลกมืด แต่บางตำนานก็ว่าบางครั้งเทพเซตก็พยายามกลืนกินอำนาจของสุริยเทพ-ราเช่นเดียวกับพญางูอาเปป แต่เนื่องจากสุริยเทพ-รามีอำนาจมากเกินไปเทพเซตจึงไม่สามารถกลืนกินได้ก็ต้องคลายออกเช่นกันทำให้เกิดสุริยคราส และจันทรคราส

ต่อมาเทพโอไซริสก็ไปปกครองแดนยมโลกเป็นพญายม ทำให้เทพเซตกลับมาแย่งชิงบัลลังก์กับหลานคือเทพฮอรัส ผลจากการต่อสู้เทพแห่งท้องฟ้าฮอรัสเป็นฝ่ายชนะ และได้ขึ้นเป็นจอมเทพแห่งอียิปต์โดยได้แต่งงานกับเทพีแห่งความรักฮาเทอร์ (Hathor) ซึ่งมีเศียรเป็นวัวหรือมีเขาวัว ผู้เป็นบุตรแห่งสุริยเทพ-รา และในบางความเชื่อชาวอียิปต์โบราณยังว่าท้องฟ้าคือแม่โคสวรรค์อีกด้วย ดังนั้นการที่เทพฮอรัสชนะเทพมารเซต (อาของตน) แล้วได้แต่งงานกับเทพีฮาเทอร์อาจจะเป็นสัญลักษณ์ว่าเทพฮอรัสกลายเป็นเจ้าแห่งท้องฟ้าหรือสวรรค์

ตามความเชื่อของชาวอียิปต์มองโลกเป็นสองโลกคือโลกแห่งการมีชีวิต กับโลกหลังความตาย เป็นเหมือนดินแดนที่สามารถเดินทางไปได้เช่นเดียวกับความเชื่อของชาวกรีก โดยโลกทั้งสองอยู่สองด้านของเทพแห่งพิภพเกบ ซึ่งถูกพ่อคือเทพชูแห่งสายลมค้ำทองฟ้าคือเทพีนัตชายาของเทพเกบขึ้นไปเพื่อให้ใช้ร่างกายของเทพเกบที่พื้นดินที่อาศัย มีสุริยเทพ (Ra/Amun/Atum) นั่งเรือผ่านโลกแห่งชีวิตในยามเช้าและความตายยามค่ำคืน ที่มีพญางูอาเปปคอยกลืนกลินโลกทั้งสอง

ซึ่งเมื่อวิญญาณมนุษย์ตายก็จะได้รับเชิญให้นั่งเรือข้ามแม่น้ำแห่งความตายไปพร้อมกับสุริยเทพ รา หรือเทพแห่งท้องฟ้าฮอรัส (ลูกชายพญายมโอไซริส) พาวิญญาณไปยังยมโลกเพื่อชั่งคุณความดีโดยเทพอานูบิส (ลูกชายพญายมโอไซริสหรือเซตแล้วแต่ตำนาน) ถ้ามีคุณความดีมากกว่าก็จะได้ให้ไปอยู่ในดินแดนที่มีความสุขในยมโลกนั้น ถ้ามีความชั่วมากก็จะถูกส่งให้ไปอยู่ในดินแดนที่มืดมิดหลังโลกแห่งความตายที่เต็มไปด้วนสัตว์ยักษ์ดุร้าย หรือไม่ก็จับโยนให้สัตว์ร้ายกินเลย

แสดงให้เห็นว่าอียิปมีความเชื่อเรื่องโลกศาสตร์คือ

1) โลกแห่งชีวิต (อยู่บนพื้นพิภพบนตัวเทพเจ้าเกบ
2) โลกแห่งความตาย (อยู่ใต้พื้นพิภพบนตัวเทพเจ้าเกบ กลับด้าน)
3) ท้องฟ้า (บนตัวของเทพีนุต) เป็นสถานที่อยู่ของเทพที่สำคัญซึ่งก็ถูกอธิบายว่าคือ กลุ่มดาวต่าง ๆ ในท้องฟ้า

แต่อย่างไรก็ตามในทางดาราศาสตร์ของอียิปต์มีการกล่าวถึงโลกแห่งความตายก็อาจจะเป็นโลกในพิภพอื่น ดาราจักรอื่น และไม่ได้ใต้พิภพของโลกนี้เสมอไป เพราะการอธิบายกลุ่มดาวต่างบนท้องฟ้าของอียิปต์ก็เป็นเสมือนแผนที่การเดินทางผ่านแม่น้ำแห่งความตายไปสู่ยมโลกโดยมีกลุ่มดาวโอไรออนหรือเทพโอไซริสของอียิปต์ซึ่งเห็นได้ชัดในช่วงต้นปีฤดูหนาวเป็นพญายมค่อยรอพิพากษาอยู่ในกลางท้องฟ้า ดังนั้นโลกหลังความตายในท้องฟ้าซ้อนทับกันกับความเชื่อเรื่องโลกหลังความตายที่อยู่ในใต้พิภพ

โปรดอ่านเรื่องนกส่งผีขวัญของอียิปต์เพื่อให้เข้าใจ
(โปรดกดที่ลิงก์ "นกส่งผีขวัญของอียิปต์" ด้านล่าง)




การกำเนิดโลก ท้องฟ้า และเทพประมุขของอียิปต์โดยย่อ

ภาพดวงอาทิตย์โคจรรอบเทพบิดาแห่งพิภพเกบ และมารดาแห่งท้องฟ้านุต

แผนภาพจักรวาลและโลกศาสตร์ตามความเชื่อของอียิปต์


Refer to: 

พระมารดาแห่งท้องฟ้าและดวงดาว เทพีนุต/นัต (Nut)


ภาพแผนภูมิต้นไม้เครือญาติของเทพอียิปต์
Refer to: http://www.veritablehokum.com/comic/the-egyptian-god-family-tree/

ภาพวาดโลกศาสตร์ของอียิปต์ในยุคปัจจุบันเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น
Refer to:  https://jennafowlerart.net/tag/heros-journey/


เปรียบเทพอียิปต์กับไวกิ้ง
No.
Egypt
Nose
Their roles
1.
Amun-Ra
Odin
มหาเทพสูงสุด
2.
Osiris
Baldur
เทพที่ดีแต่ถูกเทพมารฆ่า
3.
Isis (Osiris’s wife)
Frigg (Odin’s wife)
ราชินีแห่งปวงเทพ มีความรู้สูง
4.
Thoth (เทพ)
Dwarf (คนแคระ)
นายช่างของปวงเทพ
5.
Hather
Freya
เทพีแห่งความรัก
6.
Horus
Thor
จอมเทพนักรบปราบเทพมารได้
7.
Set
Loki
เทพมารแห่งความวุ่นวาย,สงคราม
8.
Gab
Ymir
พ่อธรณี, แผ่นดินโลก
9.
Sky cow
Audumbla “Cow”
แม่โคสวรรค์
10.
Anubis
Fenrir (giant wolf)
สุนัขเทพในนรก
11.
Apep
Jormungand (giant snake)
พญามารในรูปของงูยักษ์

1 ความคิดเห็น: