วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

ไม่มีพุทธาวตารของพระนารายณ์ในอินเดีย


    😇 เรื่องพุทธาวตารคนดีผู้หลอกลวง ไม่มีในศาสนาฮินดูของอินเดีย ซึ่งในตำรานารายณ์สิบปางยี่สิบปางฉบับไทยที่กล่าวถึงพุทธาวตารก็น่าจะแปลมาจากอังกฤษได้รับอิทธิพลจากปุราณะสมัยหลังไม่ใช่ของเก่าดังเดิม ตามเรื่องที่ยกย่องว่าพุทธองค์เป็นอวตารของพระนารายณ์ผู้ไปหลอกให้อสูรตรีปุระเลิกบูชาพระศิวะลึงค์จะได้ถูกพระศิวะสังหารได้ ความจริงที่มาของตำนานนี้มาจากเรื่องทศกัณฐ์ขอพระศิวะลิงค์จากพระศิวะไปลังกา แต่พระคเณศแปลงเป็นเด็กแล้วมาหลอกเอาไป ส่วนอสูรตรีปุระในปุราณะอินเดียมีสามตนตามชื่อพระศิวะทำลายเมืองอสูรทั้งสามเมืองของพวกอสูรตรีปุระทั้งสามเมืองที่สร้างขึ้นด้วยดวงตาที่สาม อสูรสองตนตายไปพร้อมกับความพินาศของเมือง แต่มีตนหนึ่งหนีไปได้เพราะเป็นสาวกของพระศิวะ

     
    😈 แต่พอเล่ามาถึงเมืองไทยพวกพราหมณ์ไทยก็เล่าใหม่ว่าอสูรตรีปุระเป็นอสูรเพียงตนเดียวมี่ได้พรว่าให้พระนารายณ์ฆ่าไม่ได้ และได้ศิวลึงค์ของพระศิวะไปบูชา ก่อนฆ่าอสูรพระนารายณ์ต้องอวตารเป็นพุทธองค์ไปหลอกเอาศิวะลึงค์ไป แล้วพอพระศิวะใช้กำลังพระนารายณ์เป็นศรพระนารายณ์ก็หลับไปตามพรที่อสูรได้รับ พระศิวะจึงสังหารอสูรด้วยตาที่สาม ตรงนี้ถ้าถามว่าเรื่องนี้ที่อิยเดียมีไหมก็อาจจะมี แต่ไม่ได้รับการนับถือจากพวกพราหมณ์แต่อย่างใด   เพราะในอินเดียมีปุราณะมากมายแต่เรื่องที่นิยมคือเรื่องทศกัณฐ์กับศิวลึงค์เท่านั้น ส่วนเรื่องที่ว่าพุทธเจ้าฮินดูรับไปเป็นพุทธาวตารก็เป็นตำนานอีกเรื่องต่างหากไป ซึ่งไม่ได้เป็นการพยายามกลืนพุทธของศาสนาฮินดู แต่เกิดขึ้นจากการกลมกลืนทางศาสนาและวัฒนธรรมตามธรรมชาติ เพราะในอินเดียพุทธกับพราหมณ์ก็อยู่ร่วมกันได้ด้วยดี แม้จะมีการขัดแย้งกันทางด้านความคิดแต่พุทธกับฮินดูรบกันทางปัญญาใช้เหตุผลโต้เถียงกัน เพราะมาจากรากเหง้าทางวัฒนธรรมอินเดียเหมือนกัน

รูป พระคเณศแปลงเป็นเด็กหลอกเอาศิวะลึงค์จากทศกัณฐ์ (ราวณะ) ไม่ใช้พุทธเจ้า หรือพระนารายณ์
ที่มา http://ultimatelight.blogspot.com/2012/10/atmalinga-wiki-youtube-ganesha.html

     😈 แต่กษัตริย์ฮินดู และอิสลามเองที่ใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือทำลายกันเอง ในยุคหลังกษัตริย์เป็นพุทธหรือ? อินเดียมีศาสนามากดังนั้นกษัตริย์อินเดียก็จะเลือกอุปถัมภ์ศาสนาที่ส่งเสริมให้ตนมีอำนาจนั้นแหละ นอกจากมหาจักรพรรดิอินเดียที่ยิ่งใหญ่จริงอย่างพระเจ้าจันทรคุปตะที่นับถือไชนะ และพระเจ้าอโศกที่นับถือพุทธ และใช้พุทธเป็นเครื่องมือขยายอิทธิพลทางศาสนาและปกครองใจคน ยุคนี้น่าจะเกิดเรื่องพุทธาวตารเป็นปางหนึ่งพระนารายณ์ขึ้น เพื่อประนีประนอมระหว่างพุทธที่มีอำนาจทางการเมือง และฮินดูที่ยังมีคนนับถืออยู่พอสมควร เพราะพราหมณ์กุมความรู้ทางโลกิยะไม่ว่าจะเป็นกามสูตร โหราศาสตร์ และพิชัยสงคราม ฯลฯ ที่พุทธปฏิเสธ แต่อย่างไรก็ตามเป็นยุคที่พุทธศาสนารุ่งเรืองสูงสุดในอินเดีย ปรากฏวรรณคดีทางปรัชญาและวรรณกรรมทางพุทธศาสนามากมายซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่ได้จากการผสมกลมกลืนและวิวาทวาทะกับพวกไชนะ และฮินดู

     😈 แต่ต่อมาอิทธิพลของอิสลามและคริสต์เข้ามาในอินเดียทั้งสองศาสนามีบทบาทให้คนยากจนลุกขึ้นสู้กับความไม่เป็นธรรมของสังคมด้วยความรุนแรงมากกว่าพุทธศาสนา  อีกด้านหนึ่งในอินเดียพุทธศาสนาอาจจะเข้ามามีบทบาททางการเมืองมากก็จริง แต่ไม่แฝงอยู่กับวิถีชีวิตอินเดีย เรียกว่าเผาวัดจับพระสึกก็หมด ในขณะที่พราหมณ์แต่งงานมีลูกหลานได้ ถึงเผาเทวลัยฆ่าพราหมณ์รักษาเทวลัยที่บ้านลูกเมียที่เป็นพราหมณ์ก็ยังอยู่ เช่นเดียวกับ คริสต์ และอิสลาม ที่มีสังคมเหนี่ยวแน่นมากกว่าความเป็นปัจเจกชนและความสันโดษของพุทธ ในยุคหลังที่มักมีการปะทะทางศาสนาที่รุนแรงมากกว่าแต่เดิม ประเภทเผาวัดฆ่านักบวชของทุก ๆ ศาสนาในอินเดีย ทำให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาเดียวที่ได้ผลกระทบมากสุดจนเกือบสูญหายไปจากอินเดีย (ฮินดูมันก็ถูกอิสลามปล้นฆ่าเหมือนกันแต่มันไม่หมดกลับยิ่งปะทะกับอิสลามด้วยความรุนแรง และยันกันอยู่) ยุคนี้เกิดแนวคิดศาสนาสุดโต่ง พุทธเท่านั้น ฮินดูเท่านั้น คริสต์เท่านั้น และอิสลามเท่านั้น ไม่ยอมรับการผสมกลมกลืนของศาสนาอื่นเหมือนสมัยก่อน เรียกว่าถ้าคนฮินดูเอาพระเยซูไปบูชาคนที่นับถือคริสต์ก็จะว่าพวกฮินดูขโมยพระเจ้าของตนไปทำมิดีมิร้ายแล้วก็จะบุกไปเผาเทวาลัยฮินดูกันที่เดียว ยุคหลังนี้พุทธเจ้าจึงอยู่เป็นอวตารของพระนารายณ์ไม่ได้ เรื่องราวนี้จึงถูกลบทิ้งไป หรือไม่มีมาตั้งแต่แรกในภรตนาฏยัมซึ่งเป็นการแสดงร่วมสมัยของรัฐทมิฬนาฑูและของอินเดียที่คงความเก่าแก่ของจารีตการแสดงที่เก่าแก่ที่สุดไว้ได้ โดยในเอกสารตำราวรรณกรรมการละครของศิลปะการแสดงภรตนาฏยัมก็ไม่กล่าวถึง รามาวตาร กฤษณาวตาร พุทธาวตาร และกัลกิ อวตาร แต่กล่าวถึง รามาวตาร กฤษณาวตาร พลรามาวตาร และกัลกิ อวตาร ซึ่งพลราม คือพระพลรามพี่ชายพระกฤษณะ (ไทยว่าเป็น "พระพลเทพ" เทพการเกษตรปรากฏในเรื่องอนิรุทธคำฉันท์) ที่อวตารมาจากเศษนาคและพลังของพระนารายณ์ด้วยครึ่งหนึ่ง ซึ่งเรื่องราวนี้ปรากฏอยู่ในนาฏกรรมการแสดงของอืนเดียที่จะต้องแสดงใหัชาวบ้านและกษัตริย์ชมในสมัยหลังตั้งแต่ร้อยปีก่อน ก่อนยุคที่อังกฤษเข้ามาในอินเดียและมีการปะทะกันอย่างรุนแรงทางศาสนาการกล่าวว่า มีพุทธาวตาร หรือการมีพุทธาวตารในนาฏกรรมการแสดงไม่ได้รับการยอมรับและอาจนำภัยมาให้



   😈 จนถึงยุคเปลี่ยนการปกครองที่ ดร. อัมเบดการ์ ผู้นำพวกดาลิต (พวกวรรณะต่ำ) ประกาศตนไม่มีวรรณะและหันมานับถือพุทธ แม้แต่ธงชาติอินเดียก็มีรูปธรรมจักร เสาอโศกได้รับการนำมาใช้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของอินเดีย ร่วมถึงบทบาทการฟื้นฟูพุทธศาสนาในอินเดียจากญี่ปุ่น เขมร ลาว ไทย ฯ  โดยมีประเทศญี่ปุ่นเป็นแกนนำชาติแรกและทรงอิทธิพลทางความคิดและการเมืองก่อนที่ชาวธิเบตจะมาอินเดีย (ยุคที่องค์ดะไลลามะเสด็จมาอินเดียหลังแพ้สงครามจีน)

รูป ธงชาติอินเดียมีธรรมจักรหรืออโศกจักรตรงกลางสีน้ำเงิน กับหัวเสาอโศกรูปสิงโตบนยอดโดม
ที่มา https://www.biospectrumindia.com/news/76/4053/supreme-court-defers-hearing-on-clinical-trials.html

      😈 แม้คนพุทธอินเดียน้อย แต่ในยุคปัจจุบันที่มีสันติภาพเป็นสิ่งสำคัญ และการปะทะกันอย่างรุนแรงเป็นเรื่องล้าสมัย พุทธศาสนาได้รับการศึกษาจากคนชั้นสูงอีกครั้งแม้จะไม่กล้าประกาศตนเป็นพุทธอย่างเด็ดเดียวเปิดเผย แต่การพูดถึงพุทธาวตารมีการนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อการประนีประนอม แต่ก็ว่าพุทธเจ้าเป็นผู้หลอกอสูรดังกล่าวเพราะพราหมณ์ยังได้ประโยชณ์จากระบบวรรณะและไม่อยากจะสูญเสียระบบวรรณะไปเท่านั้น ไม่ได้ต้องการกลืนศาสนาพุทธแต่อย่างใดเพราะพุทธสูญเสียพื้นที่ทางสังคมในอินเดียไปนานมากแล้ว และชาวพุทธเองที่กลับมาฟื้นพุทธศาสนาในอินเดีย คัมภีร์ทางพุทธศาสนามหายานเองโดยเฉพาะคัมภีร์จากธิเบตชื่อว่า อวโลกิเตศวรการัณฑวยูหสูตรเสียเองที่พยายามกลืนศาสนาฮินดูโดยพระคัมภีร์นั้นว่า "แรกเดิมจักรวาลว่างเปล่า แต่พระอาทิพุทธเกิดจากดอกบัว และพระองค์แบ่งภาคเป็นอวโลกิเตศวร จากนั้นพระอวโลกิเศวรก็สร้างเทพเจ้า และเจ้าแม่ต่าง ๆ ในศาสนาฮินดูขึ้นเพื่อสร้างจักรวาล ส่วนพระอาทิพุทธก็แบ่งภาคไปเกิดเป็นพระพุทธเจ้าในพุทธเกษตรต่าง ๆ ร่วมทั้งโลกมนุษย์" แสดงให้เห็นว่าในอินเดียเรื่องพุทธาวตารของพระนารายณ์แต่เดิมผู้ที่รับประโยชน์ที่สุดคือชาวพุทธในอินเดีย ไม่ใช่ชาวฮินดู ชาวฮินดูจึงต้องแปลงว่ามีพุทธาวตารก็ได้ แต่เป็นครูของพวกอสูรนะ เพราะถ้าว่าบอกไม่มีคนจะไม่เชื่อ จึงแปลงเรื่องให้มีได้ แต่ความจริงสูงสุดคือเทพฮินดู คือมีแต่ไม่มีอยู่กับความเป็นจริง เป็นสิ่งลวงและความเท็จ ดังนั้นในมุมมองของพวกฮินดูที่เคร่งจริงที่สืบทอดความคิดหัวรุนแรงมาจากยุคหลังล่าอาณานิคมของชาวตะวันตกเมื่อร้อยปีก่อนจนถึงปัจจุบันก็จะว่า "พุทธาวตารไม่มี" อยู่ดี

    😈 เชื่อว่าเรื่องพุทธาวตารเป็นมุมมองของคนพุทธในไทย และอินเดียที่ประนีประนอมเอาเองในสมัยหลัง ๆ ต่อมา  คนฮินดูแท้ในอินเดียบอกว่าไม่มีพุทธาวตารเหมือนหนังอินเดียในปัจจุบันที่สร้างกระแสนับถือพุทธในอินเดีย เพราะพวกพราหมณ์จริงมันหยิ่งไม่ยอมรับพุทธเลยแม้แต่นิดเดียว นอกจากพราหมณ์ในไทย และพวกดาริต    (दलित ) ในอินเดียซึ่งเป็นชาวพุทธที่ไม่มีวรรณะในอินเดียที่จะพยายามว่ามีพุทธาวตารเป็นปางหนึ่งของพระนารายณ์เพราะพวกเขาต้องอิงอาศัยศาสนาฮินดู  แต่พราหมณ์ชั้นสูงจริงมันใหญ่มันหยิ่งมันว่าไม่มีพุทธาวตาร หนังที่เอามาฉายในไทยมันเอาใจพวกดาริต ซึ่งเป็นพวกจัณฑาลไม่มีวรรณะ แบบสร้างภาพ มีการเมืองเกี่ยวข้องด้วย

     😈 เนื่องจากคนพุทธอินเดียน้อยที่อินเดียคนฮินดูมีอำนาจมากในทางการเมือง มีประชากรส่วนใหญ่นับถือฮินดู ส่วนพราหมณ์ที่เมืองไทยพ่อแม่มันเป็นพราหมณ์แต่มันอยู่เมืองพุทธ ทั้งสองพวกนี้ ทั้งพุทธอินเดียและพราหมณ์ไทยมันจึงสร้างเรื่องพุทธาวตารเพื่อหาทางออกให้พวกมันเอง มาแต่ครั้งโบราณ ส่วนพวกที่นับถือพุทธและฮินดูเคร่งจริงจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่มีพุทธาวตาร เพราะพวกมันไม่มีความจำเป็นต้องประนีประนอมกับใครอยู่บ้านกู กูใหญ่

พระคเณศหลอกเอาศิวะลึงค์จากทศกัณฑ์ (ทศกัณฐ์คือสมญานาม ชื่อจริงในอินเดียคือราวณะ)

   😇 การที่จะเข้าใจประวัติพุทธศาสนาในอินเดียต้องศึกษาผ่านมุมมองของชาวอินเดีย และศาสนาอื่น ๆ ด้วย ไม่ใช่มองผ่านแต่มุมมองของชาวไทยพุทธ พราหมณ์ ผี แบบไทยเท่านั้นเพราะอินเดียเป็นอนุทวีปที่ชาวไทยยังไม่ได้มีความรู้อะไรลึกซึ้ง ที่ผ่านมาก็ศึกษาแต่ผิว ๆ องค์ความรู้แต่โบราณของอินเดียในไทยพวกเราเรียนรู้ผ่านเขมร จีน ฝรั่ง มาเลเซีย ศรีลังกา พม่า เป็นอันมากซึ่งสองประเทศหลังมีอคติกับอินเดีย เรียกว่าอมขี้ปากเขาแล้วจำมาพูดเสียโดยมาก ไม่ได้รู้ลึกรู้จริงเกี่ยวกับอินเดียเลย ปล. จากเมืองวรธา รัฐมหาราษฏระ ประเทศอินเดีย

พระญี่ปุ่นเทศนาและกล่าวขอบคุณที่พิธีกรรมทางพุทธศาสนาที่เมือง วรธา รัฐมหาราษฏระ
ประเทศอินเดีย (เหนือ)

    😈 การแสดงภารตนาฏยัมแบบดังเดิมเรื่อง ทศาวตาร มี 1 (ปลา) มัสยาวตาร 2 (เต่า) กูรมาวตาร 3 (หมูป่า)  วราหาวตาร 4 (นรสิงห์) นรสิงหาวตาร 5 (พราหมณ์เตี้ย) วามนาวตาร 6 (ปรศุรามพราหมณ์โหด) ปรศุรามาวตาร 7 (พระรามจันทร์) รามาวตาร 8 (พระพลราม) พลรามาวตาร 9 (พระกฤษณะ) กฤษณาวตาร 10 (พระกัลกี เจ้าชายขี่ม้าขาว) กัลกิ อวตาร...ไม่มีพุทธาวตารในการแสดงนาฏกรรมการแสดงในอินเดียมากว่าร้อยปี การสร้างการ์ตูนและภาพยนตร์อินเดียที่เอาพุทธาวตารของพระนารายณ์ใส่กลับเข้าไปใหม่ในปัจจุบันอาจจะเป็นความต้องการประนีประนอมของรัฐบาลกลางอินเดียที่ต้องการเอาใจพวกดาริต หรือชาวพุทธอินเดียหัวรุนแรงที่เริ่มมีอิทธิพลทางการเมืองหรือไม่? หรือเป็นแรงผลักดันจากพวกดาริตเองที่ต้องการที่ยืนในสังคมอินเดียที่พวกพราหมณ์อินเดียเหนือยังมีอำนาจอยู่มาก

วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

ราศีปีศาจที่ 64 ฟลาวรอส (Flauros ) ประจำวันที่ 5 -9 ก.พ.



รูปที่ 1  ฟลาวรอส และดวงตราพญาแห่งไฟสัญชาตญาณเถื่อน
ที่มา http://www.writerscafe.org/writing/GoetiaPoetry/1019327/

     😈 พญามารตนที่หกสิบสี่คือ Haures หรือ Hauras หรือ Havres หรือ Flauros จะปรากฏตัวครั้งแรกเหมือนเสือดาวที่น่ากลัวและแข็งแรง แล้วจึงกลายร่างเป็นมนุษย์ด้วยดวงตาที่ลุกเป็นไฟและใบหน้าที่น่ากลัว  ฟลารอสสามารถให้คำตอบที่แท้จริงของทุกสิ่งทั้งเรื่องในปัจจุบัน อดีตและอนาคต แต่ถ้าไม่ได้อยู่ในวงเวทมนต์ ฟลารอสจะบอกแต่เรื่องโกหก นอกจากนี้ฟลารอส สามารถให้ความรู้เกี่ยวกับการสร้างโลกและเทพวิทยาต่าง ๆ   ปกป้องผู้อัญเชิญจากการล่อถูกล่อลวงจากวิญญาณร้ายอื่น และสามารถเผาผลาญผู้ที่เป็นศัตรูของผู้อัญเชิญได้ ถ้าผู้อัญเชิญต้องการ พญามารฟลารอสครอบครองกองทัพผีและปีศาจ 36  กองพล

😈😈😈😈


รูปที่ 2 เสือดาวในฐานผู้เสพความตาย (an eater of the Dead) ของอียิปต์
ที่มา https://www.wisdomlib.org/egypt/book/the-gods-of-the-egyptians-vol-1/d/doc6494.html

   😈 ในสมัยอียิปต์โบราณมีเทพเสือ สิงโต และแมวซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวแทนแห่งพลังอำนาจ ส่วนเสือดาวก็ถูกพบว่ามีภาพเสือดาวที่มีโดยมีหัวมนุษย์และปีกคู่หนึ่งงอกขึ้นมาจากหลัง ในหมู่รูปของ และสิงโต กริฟฟิร และสฟิงซ์

       😈 หัวมนุษย์ปีกที่ผุดขึ้นมาจากด้านหลังของเสือดาวนี้ นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า คือรูปแบบดั้งเดิมของทูตสวรรค์ในภาพทางศาสนา  หรืออาจจะเป็นขวัญหรือวิญญาณของมนุษย์ตามความเชื่อของอียิปต์ในยุคต้น ๆ ที่มีหลายส่วนส่วนหนึ่งบินไปเทียวกับเสือดาว ส่วนหนึ่งอยู่กับศพ และรอวันคืนชีพ ในขณะที่ความนิยมส่วนใหญเชื่อว่าวิญญาณแปลงเป็นนกหรือไปกับนกเพื่อไปสู่โลกหลังความตายมากกว่า แต่ก็ยังไม่มีการค้นพบชื่อเรียกและความจริงของสัตว์ประเภทนี้อย่างชัดเจน นักโบราณคดีอีกส่วนหนึ่งก็เชื่อว่าเสือดาวหัวมนุษย์มีปีกบนหลังเชื่อมโยงกับ "Devourer of Ȧmenti" ที่เรียกว่า "Ām-mit, Eater of the Dead" ซึ่งมีความแตกต่างกันของความหมายโดยนัยที่เป็นภาพลักษณ์พลังอำนาจของจระเข้ ฮิปโปโปเตมัส และสิงโต อาจจะหมายถึงความตายเองที่พรากชีวิตมนุษย์ หรือสัตว์ร้ายที่เสพวิญญาณของคนบาปในโลกมืดหลังความตาย


รูปที่ 3 เทพีเซศัต  Seshat ของอียิปต์โบราณ
ที่มา http://www.landofpyramids.org/seshat.htm

    😈 เทพีเซศัตของอียิปต์ เป็นเทพีแห่งอักษรศาสตร์ ผู้ทรงหนังเสือดาวเป็นสัญลักษณ์ก่อนที่ภาพในสมัยหลังบางภาพจจะเปลี่ยนให้เป็นเทพีมนุษย์เสือดาว จึงน่าจะเป็นที่มาของความเชื่อมนุษย์แปลงเป็นสัตว์หรือสัตว์แปลงเป็นมนุษย์ในสมัยโบราณ


รูปที่ 4 ไดอะไนซัส DIONYSOS (Dionysus) เทพแห่งไวน์ทรงเสือดาว
ที่มาhttps://www.theoi.com/Olympios/Dionysos.html

    😈 ในกรีกเทพไดอะไนซัสแห่งไวน์และงานรื่นเริงซึ่งมีบริวารเป็นเซเทอร์ Satyr มีรูปขี่เสือดาวเป็นพาหนะ แต่บางภาพก็รูปเซเทอร์ห่มหนังสือดาวเช่นกัน ซึ่งเซเทอร์เป็นตัวแทนของแรงขับทางเพศของผู้ชาย

รูปที่ 5  เยเซเบล Jezebel ราชินีของอิสราเอล Israel ผู้นับถือเทพแห่งพายุบาอัล ba'al นั่งเสือดาวเจ็ดหัว
ที่มา http://christianobserver.net/mystery-babylon-jerusalem-study-chris-white/

   😈  เยเซเบล Jezebel ราชินีของอิสราเอล Israel ผู้นับถือเทพแห่งพายุบาอัล ba'al นั่งเสือดาวเจ็ดหัวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้ต่อต้านพระเจ้าในศาสนาคริสต์ โดยเสือดาวเจ็ดเศียรคือสัตว์ร้ายในตำนานที่จะขึ้นมาทางทะเล ซึ่งนางจาเซเบลก็นับถือเทพีอาชีราห์ Asherah เทพีแห่งท้องทะเลของชาวสุเมเรียนด้วย
   
      😈 เพราะในทัศนะของศาสนาคริสต์เยเซเบลคือนางมารชั่วร้ายที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์และมีบันทึกไว้ในภาคพันธสัญญาเดิมของชาวยิว ว่านางมาจากแผ่นดินแห่งฟินิเซีย ต่อมาได้เป็นมเหสีของกษัตริย์อาหับ (Ahab), กษัตริย์คนหนึ่งของอิสราเอลผู้ซึ่งปกครองในสมัยที่เอลียาห์ (Elijah) เป็นศาสดาพยากรณ์ในศาสนาใหม่ซึ่งนับถือ พระเจ้าสูงสุดองค์เดียวคือพระเยโฮวาห์ (Yahweh) 

    😈 เนื่องจากนางเยเซเบลต้องการนำการนับถือเทพโบราณของชาวสุเมเรียน กลับมาบนแผ่นดินอิสราเอลภายใต้อำนาจสามีของนาง แทนการยอมรับนับถือพระเยโฮวาห์ของชาวอิสราเอลซึ่งเป็นศาสนาใหม่ในสมัยนั้น นางเยเซเบลจึงได้ให้สามีนางกำจัดผู้เผยพระวจนะของพระเจ้าในศาสนาใหม่เป็นจำนวนมาก และนางเยเซเบลได้หมายเอาชีวิตเอลียาห์ผู้นำทางจิตวิญญาณของศาสนาใหม่ในสมัยนั้น จนเอลียาห์ต้องหนีไปและกลายเป็นช่วงที่ตกต่ำที่สุดของผู้นับถือพระเยโฮวาห์ในอาณาจักรอิสราเอล

   😈 แต่หลังจากที่สามีและบุตรชายของนางเสียชีวิตในสงครามนางก็ถูกเยฮูสั่งให้ฆ่าทิ้งอย่างโหดเหี้ยมพร้อมกับพระราชวงศ์ทั้งหมดของฝ่ายนางและสามี และเนื่องจากกษัตริย์เยฮู (Yehu) ได้รับพลังสนับสนุนจากผู้นับถือพระเยโฮวาห์ในอาณาจักรอิสราเอล กษัตริย์เยฮูจึงให้ฆ่าพวกนักบวชที่นับถือเทพพระเจ้าโบราณของชาวสุเมเรียนที่นางเยเซเบลเคยให้การสนับสนุนในดินแดนอิสราเอลทั้งหมด



รูปที่ 6 วยัฆระปาทะ ฤาษีผู้เป็นสาวกของพระศิวะ
ที่มา http://originofdance.blogspot.com/2016/05/vyaghrapada.html

   😈 วยัฆระปาทะ คือฤาษีที่มีเท้าเป็นเสือเพื่อที่ตอนเช้าจะได้ปีนต้นไม้เก็บดอกไม้มาบูชาพระศิวะ เป็นแทนของการบำเพ็ญยัญพิธีบูชาพระเจ้า ตามหลักฮินดูเรียกว่าเป็น "กรรมโยคี" (ผู้เข้าถึงพระเจ้าด้วยการปฏิบัติธรรม) เป็นสาวกของพระศิวะคู่กับ "ปตัญชลี" ฤาษีซึ่งในสมัยหลังถูกวาดให้ท่อนล่างเป็นงูเพราะเป็นผู้สอนราชโยคะซึ่งมีฐานจักระทั้งเจ็ดฐานนับจากปลายกระดูกก้นกบที่เรียกว่ากุณฑาลินี และไล่ไปตามกระดูกสั้นหลังขึ้นไปถึงกระโหลก เป็นผู้เข้าถึงพระเจ้าด้วยญาณที่เรียกว่า "ชญานี" (ผู้เข้าถึงพระเจ้าด้วยความรู้)


รูปที่ 7 วยัฆระปาทะ และปตัญชลี ของอินเดียใต้
ที่มา http://www.amymcdonald.com.au/abundantyogateacherpodcasts/2018/4/18/devoted-to-exile-vyaghrapada-and-finding-happiness-in-the-forest

     😈 มีรูปนางโยคินีร่างเสือดาวที่รัฐโอริสสาของอินเดียด้วยแต่ข้อมูลน้อยสืบหาที่มาที่ไปไม่ได้จึงไม่กล่าวถึง


รูปที่ 8 ไท่อี่จิ้วขู่เทียนจุน (太乙救苦天尊) ปราบสิงโตเก้าเศียรพาหนะของตนที่หนีมาในเรื่องไซอิ๋วที่มา https://kknews.cc/zh-cn/history/gz5vbgy.html

     😈 ไท่อี่จิ้วขู่เทียนจุน (太乙救苦天尊) ดาวดวงแรกของกลุ่มดาวมังกรเขียวมาปราบสิงโตเก้าเศียรพาหนะของตนที่หนีมาในเรื่องไซอิ๋ว  บางตำนานว่าเป็นเซียนตนเดียวกันกับอาจารย์ของนาจาในเรื่องห้องสินด้วย



😇😇😇😇😇😇

     😇 เทวทูตสวรรค์ เมฮิเอล ( Mehiel ) เป็นทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์แห่งพลังไฟชีวิตเพื่อการมีชีวิตอยู่ สำหรับผู้ที่เกิดในวันที่ 5-9 ก.พ. พระองค์จะนำแรงบันดาลใจมาสู่ชีวิตมวลมนุษย์ โดยจะปรับปรุงจินตนาการความเข้าใจและสติปัญญาของมนุษย์ ทูตสวรรค์องค์นี้เป็นผู้พิทักษ์นักเขียน นักประพันธ์ และนักข่าว โดยเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์

     😇 เทวทูตสวรรค์ เมฮิเอล Mehiel เป็นนักรบที่ทรงพลังมาก พระองค์เป็นพันธมิตรที่ดีในการต่อสู้กับความชั่วร้าย ผู้นำความรู้และความเข้าใจในโลกแห่งวิญญาณ ดังนั้นพระองค์จะช่วยให้มนุษย์เข้าใจการเชื่อมโยงระหว่างจิตวิญญาณและวิทยาศาสตร์อย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ยังนำสติปัญญาอันเป็นผลมาจากสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ทุกสถานการณ์ที่ยากลำบากในชีวิตของมนุษย์ สามารถเรียนรู้ผ่านประสบการณ์และองค์ความรู้ เทวทูตสวรรค์องค์นี้จะแนะนำกุญแจสำคัญสำหรับชีวิตที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพและความอุดมสมบูรณ์


รูปที่ 8 เมฮิเอล เทวทูตสวรรค์แห่งพลังไฟชีวิต
ที่มา https://guardianangelguide.com/guardian-angel-mehiel/

...........

~tarzan and the leopard woman (1946) | Tumblr~


~ Thunder Cat USA cartoon 1985-1989,2011-2012~

~ One piece 1997 upto at present~

~Cheetah vs Wander woman DC comic 2012~

~ Black panther 2018~


       😇 การเต้นเสือหรือ ปุลิกะลี หรือปุลิอาตตัม ของรัฐเกรลาและรัฐอื่น ๆ ในอินเดียใต้  อาจจะมี่ที่มาจากความเชื่อเรื่องพลังของเสือในหมู่นักรบสมัยโบราณ

วันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

ราศีปีศาจที่ 63 แอนดราส (Andras) 31 ม.ค. - 4 ก.พ.

ราศีปีศาจที่ 63 แอนดราส (Andras) 31 ม.ค. - 4 ก.พ.

รูปที่ 1 ดวงตรามารแอนดราส Andras พญามารแห่งการฆ่าและมนต์ดำ

ที่มา https://demonsanddemonolatry.com/demon-of-the-night-marquis-andras/


รูปที่ 2 พญามารแห่งการฆ่าและมนต์ดำ Andras

ที่มา https://www.wattpad.com/232935774-notes-ideas-demon-days-kali-and-shiva-andras-and

   😈 แอนดราส Andras คือพญามารแห่งการฆ่าและมนต์ดำ ผู้ปรากฏตนในร่างของทูตสวรรค์ที่มีปีกและหัวนกฮูก นกเต้าแมว หรือนกกาเหว่า ขี่หมาป่าสีดำที่แข็งแกร่งและใช้ดาบคม แอสดราสมีอำนาจยังในการหว่านความไม่ลงรอยกันเพื่อสร้างความแตกแยก ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการฆาตกรรม และเพิ่มการทะเลาะวิวาทและความไม่ลงรอยกันในหมู่ศัตรู พญามารแห่งการฆ่าและมนต์ดำ ควบคุมกองทัพผีและปีศาจ 30 กองพล และเป็นพญามารตนที่ 63 จาก 72 ของพระเจ้าสุลัยมาน

~Owl man dancing ~



รูปที่ 3 เทพเหยี่ยวฮอรัสและเทพหมาไนอานูบิสของอียิปต์
ที่มา https://www.flickr.com/photos/danicolumna/8115747306

   😈 ในอียิป์เทพที่เกี่ยวกับความตายคือเทพเหยี่ยวฮอรัส horus และเทพหมาไนอานูนิส Anubis บุตรต่างมารดาของเทพบิดาโอริซิส Orisis ซึ่งอาจจะเป็นที่มาของบทบาทพญามารแอนดราสของพระเจ้าสุลัยมาน แม้ว่าอียิป์จะไม่มีเทพเศียรนกฮูก แต่นกฮูกในอียิปต์ก็น่าจะเชื่อมโยงกับความตายเช่นกัน

รูปที่ 4 เทพแห่งความตายทั้งสามเทพเหยี่ยวฮอรัส พระยายมโอซิริส และเทพหมาไนอานูบิส
ที่มา https://sonsofisis.wordpress.com/2010/05/11/horus-anubis/

   😈 ยุกเมโสโปเตเมีย เทพีแห่งความรักและสงครามเทพีอิสตาร Ishtar หรืออินนะนา Innana ซึ่งวิวัฒนาการเป็น ลิลิธ Lilith มารดาแห่งปีศาจทั้งหลายในคริสตศาสนานั้นก็มี นกฮูกเป็นบริวารหรือผู้ส่งสาร

รูปที่ 5 เทพแห่งสงครามและความรัก อิศตาร Ishtar เมโสโปเตเมีย
ที่มา https://mindcontrolblackassassins.com/2010/04/14/tyler-perry-multiple-miggs-psycho-the-whore-of-babylon/ishtar-british-museum/

   😈 ในกรีกนกฮูกเล็กสายพันธุ์กรีกเป็นสัตว์ประจำตนของเทพีอาเธน่า Athens เทพีแห่งสงครามและปัญญา ส่วนนกเค้าแมวเป็นสัญลักษณ์ของเทพีเฮคาที Hecate เทพีแห่งมนต์ดำและพระจันทร์มืด (เทพีแห่งมนต์ดำมีสัตว์เป็นสัญลักษณ์มากทั้ง อีกา หมาป่า งู ม้า วัว ฯลฯ)

รูปที่ 6 อาเธน่ากับนกฮูก
ที่มา https://www.artranked.com/topic/Athena

     😈 ในอินเดียนกเค้าแมวหรือนกฮูกเป็นสัญลักษณ์และพาหนะของพระลักษมี เดิมการที่นกเค้าแมวหรือนกฮูก เป็นสัญลักษณ์ของความโง่เขลาและความมืดในศาสนาฮินดี เพราะนกเค้าแมวและนกฮูกมักนอนกลางวันตื่นกลางคืน แต่เมื่อนกเค้าแมวและนกฮูกกลายเป็นพาหนะของพระลักษมีเทพีแห่งสิริและความมงคล ความร่ำรวย ก็เป็นสัญลักษณ์ว่าพระลักษมีมีอำนาจเหนือความโง่เขลาความเกียจคร้าน ความมืดและความอัปโชคทั้งปวงซึ่งเกิดจากความเกียจคร้านในการเอาแต่นอนกลางวันไม่ยอมทำงานเหมือนฮูกที่เอาแต่นอนกลางวัน
   😈 แต่ต่อมายุคสมัยเปลี่ยนไปเมื่อนกเค้าแมวหรือนกฮูก กลายเป็นพาหนะของเทพีแห่งโชคนานเข้า ก็มีอาจจะมีการตีความใหม่ว่า นกเค้าแมวหรือนกฮูกเป็นสัญลักษณ์แห่งการขยันทำงานในตอนกลางคืน ทำงานล่วงเวลาเพื่อให้ได้เงินเพิ่ม


รูปที่ 7 พระลักษมีกับนกฮูก
ที่มา https://vedicgoddess.weebly.com/goddess-vidya-blog/uluka-lakshmis-vahana-the-owl-by-yogi-ananda-saraswathi

😇😇😇😇😇😇😇


รูปที่ 8 เทวทูตสวรรค์แอนเนาเอล Annauel

   😇 แอนเนาเอล Anauel เทวทูตสวรรค์แห่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จะให้พรสำหรับผู้ที่เกิดในช่วง 31 ม.ค. - 4 ก.พ.  แอนเนาเอล Anauel Angel of Unity เป็นทูตสวรรค์ผู้มีคุณต่อการรับรู้ของความสามัคคี พระองค์จะนำความสำเร็จมาสู่ความสัมพันธ์ของมนุษย์ทุกคน พระองค์สามารถพัฒนาวิสัยทัศน์ตรรกะและปัญญาในระดับโลกของมนุษย์ ทูตสวรรค์ที่น่าทึ่งตนนี้เป็นทูตสวรรค์ของนักวางแผน ผู้ค้าปลีก นายธนาคารผู้ประกอบการ ฯลฯ เพราะสามารถให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเงินและการแลกเปลี่ยน พระองค์สามารถดูแลโครงการต่าง ๆ ช่วยทำให้สำเร็จเป็นจริง ผู้ที่ได้รับคำแนะนำจากแอนเนาเอล Anauel จะกลายเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ พวกเขาจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น

  😇 เพราะเทวทูตสวรรค์แอนเนาเอล Anauel จะขจัดความเห็นแก่ตัวและความหวั่นไหวในทรัพย์สินเงินทอง พระองค์สามารถช่วยคุณได้เมื่อคุณไม่สามารถทำให้เกิดความสามัคคีในกลุ่ม  ช่วยให้คุณได้รับภูมิปัญญาที่คุณต้องการสำหรับธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ กำจัดการคอร์รัปชั่นในแวดวงต่าง ๆ จนถึงระดับโลก เทวทูตสวรรค์แอนเนาเอล Anauel  สามารถช่วยให้มนุษย์ค้นพบพลังใจที่สูงขึ้นเมื่อคุณไม่รู้ว่าจะเชื่ออะไรพระองค์สามารถกำจัดจิตใจที่หยิ่งผยองของมนุษย์ที่คิดว่าตนรู้ทุกอย่างและทำทุกอย่างเพื่อเงิน ให้หันกลับมาได้สำนึกถึงคุณค่าความเป็นมนุษย์ ความรักในพระเจ้า และค้นหาความงามในชีวิตเพื่อปวงชน

.........



~ the court of owls in the Gorthem , TV series 2014 ~

 ~ Talon: killer of the court of owls in Batman Vs Robin DC comic 2015 ~

~ The court of owls in batman Vs Robin , DC comic 2015 ~


~  Nite owl in Watchmen  USA movie 2009~

วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2562

ราศีปีศาจที่ 61 ซากัน (Zagan) 21-25 ม.ค.


รูปที่ 1 ดวงตรามารซากัน พญามารแห่งการวิวัฒน์
ที่มา https://demonsanddemonolatry.com/demon-of-the-night-king-zagan-night-demon/

ราศีปีศาจที่ 61 ซากัน Zagan 21-25 มกราคม

~Zagan bull devil~

   😈 พญามารซากัน Zagan เป็นพญามารตนที่ 61 ของพระเจ้าสุลัยมาน ผู้มีอำนาจเหนือทัพผีและปีศาจ 33 กองพล มีอำนาจในการให้สติปัญญา และความฉลาด ทำให้คนมีไหวพริบ พัฒนาตนเอง และสามารถเปลี่ยนแปลงหรือวิวัฒน์สิ่งต่าง ๆ ได้ เช่น เปลี่ยนเหล้าองุ่นให้เป็นน้ำ, น้ำให้กลายเป็นเหล้าองุ่น (ไวน์)  เปลี่ยนเลือดเป็นน้ำมัน, น้ำมันเป็นเลือด,  เปลี่ยนโลหะเป็นเหรียญที่ทำด้วยโลหะนั้น เช่นทองเป็นเหรียญทอง ทองแดงเป็นเหรียญทองแดง และเปลี่ยนคนโง่เป็นคนฉลาด ฯลฯ พญามารซากัน Zagan จะปรากฏร่างเป็นเหมือนวัวมีปีกอินทรี หรือกริฟฟิน แล้วจึงค่อย ๆ กลายเป็นมนุษย์


รูปที่ 2 อาบีส เทพวัวของอียิปต์ลูกเทพีฮาเทอร์
ที่มา https://www.etsy.com/sg-en/market/bull_apis?ref=l2

    😈  เชื่อว่าพญามารซากันได้รับอิทธิพลหรือมีที่มาจากการนับถือวัวของมนุษย์ในสมัยโบราณเริ่มจากวัฒนธรรมอียิปต์โบราณที่มีการนับถือเทพีแห่งความรักฮาเทอร์ และบุตรชายของนางคืออาบิส ซึ่งฮาเทอร์จะปรากฏเป็นเทพีมีเศียรวัวหรือเศียรมนุษย์มีเขาวัว ส่วนเทพอาบิสมักปรากฏกายเป็นวัวหนุ่ม หรือเทพมีเศียรวัว

รูปที่ 3 ซีอุสแปลงเป็นพ่อวัวลักพานางยูโรป้าไป
ที่มา https://owlcation.com/humanities/The-story-of-Zeus-and-Europa-in-Greek-mythology

     😈 ในกรีกก็มีตำนานที่ซีอุส Zeus เทพสูงสุดปรากฏกายเป็นพ่อวัวเพื่อไปลักนางยูโรปา (ที่มาของคำว่า "ยุโรป") ธิดาของท้าวอะจีนอร์ (Agenor) เจ้ากรุงฟินิเชีย เป็นชายาที่เกาะครีต (Crete) เพื่อไม่ให้ราชินีสวรรค์ขี้หึงเฮรา Hera รู้ จนเกิดบรรพบุรุษของชาวยุโรปในปัจจุบัน ซึ่งต่อมาวัวตนนี้ก็ขึ้นไปอยู่บนท้องฟ้ากลายราศีพฤกษภ แสดงให้เห็นถึงการระลึกถึงและยกย่องวัวของคนโบราณ


รูปที่ 4 เทพเมอร์คิวรี่ฆ่ายักษ์พันตาอาร์กัส โดยทำให้เบื่อจนตาย
ที่มา http://www.peterpaulrubens.net/mercury-and-argus.jsp

  😈 ส่วนแม่วัวในตำนานกรีกคือนางไอโอ (Io) ธิดากษัตริย์อินาคัส (Inachus) แห่งเมืองอาร์กอส (Argos) นางไอโอเคยเป็นสาวกของเทพีเฮรา และเป็นชายาลับคนหนึ่งของซีอุส ผู้ถูกซีอุสเปลี่ยนให้เป็นวัวทันทีก่อนที่เฮรา ชายาเอกของซีอุส และราชินีสวรรค์จะจับได้ว่าซีอุสเล่นชู้กับนางไอโอในก้อนเมฆชั่วเวลาเสี้ยววินาที แต่ด้วยความฉลาดเทพีเฮราจึงขอแม่วัวตัวนั้นไป และให้ยักษ์พันตา อาร์กัส (Argus) เฝ้าไว้ ทำให้นางไอโอผู้เคยเป็นสาวงามต้องทุกข์ทรมานในร่างของแม่วัว ซีอุส (ดาวพฤหัสบดี) จึงไปขอความช่วยเหลือจากฮาร์เมส Hermes หรือเมอคิวรี่ Mercury เทพแห่งการสื่อสาร (ดาวพุธ) เทพเมอคิวรี่จึงไปหาอาร์กัส และพูด ๆ เรื่องน่าเบื่อจนดวงตาทั้งพันของยักษ์พันตาอาร์กัสค่อยหลับลงหมดและอาร์กัสก็ได้ตายไปในเวลานั้นด้วยเพราะความเบื่อหน่ายเรื่องราวที่ได้ฟังจากเทพเมอร์คิวรี่ แล้วเทพเมอร์คิวรี่ก็ปล่อยให้นางไอโอในร่างวัวหนีไป นางไอโอจึงวิ่งหนีไปถึงอียิปต์ และซีอุสจึงกลับคืนร่างให้นางเป็นมนุษย์แล้วนางจึงให้กำเนิดบุตรชายคนเดียวที่นั้นคือ  อีปาพุส Epaphus (บรรพบุรุษของนางยูโรป้า และเปอร์ซีอุส Perseus) ฝ่ายเทพีเฮราโกรธเทพเมอร์คิวรี่มากจึงขอให้เทวสภาลงโทษเทพเมอร์คิวรี่ แต่เทพเมอร์คิวรี่ก็อ้างว่าการทำให้คนเบื่อจนตายจะถือเป็นความผิดได้อย่างไรจึงรอดตนไป หลังจากนั้นเฮราจึงเอาตาทั้งพันของยักษ์อาร์กัสประดับหางของนกยูง นกประจำตนจึงกลายเป็นแววมยุราของนกยูงในปัจจุบัน ส่วนตำนานที่นับถือวัวตัวเมีย หรือแม่โค ก็อาจจะเชื่อมโยงราศีพฤกษภ กับนางไอโอก็ได้


รูปที่ 5 มินอเทอร์ Minotaur ปีศาจวัวของกรีก
ที่มา https://www.proprofs.com/quiz-school/story.php?title=3dq-do-you-know-the-minotaur-in-greek-myths

   😈  เรื่องราวที่เกี่ยวกับเทพวัว หรือแม่วัวที่เกี่ยวกับพระเจ้ากรีกเล่าลือกันมาดังกล่าวแล้ว ยังมีปีศาจวัวที่เกิดขึ้นในกรีกด้วยคือไมนอทอร์ Minotaur กล่าวคือกษัตริย์ Minos บุตรหนึ่งในสามของนางยูโรป้าคือคือ ไมนอส (Minos) ซึ่งต่อมาขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองเกาะครีตและชื่อของพระองค์ได้ถูกใช้เป็นชื่อของอารยธรรมของกรีกยุคโบราณที่รู้จักในนาม อารยธรรมไมนอส หรือ อารยธรรมไมนอนครีต, ราดาแมนธัส (Rhadamanthus) ภายหลังได้กลายเป็นเทพสถิตย์ในแดนบาดาล และ ซาร์เพดอน (Sarpedon) องค์นี้สิ้นชีพในศึกกรุงทรอย

    😈 โดยในตำนานกรีกเล่าว่า กษัตริย์ไมนอส (Minos) ได้สัญญาว่าจะบูชาเทพโปรไซดอน (Poseidon) ด้วยพ่อวัวตัวงาม แต่ต่อมากษัตริย์ไมนอสเกิดเสียดายวัวไม่ยอมฆ่าวัวบูชาเทพแห่งมหาสมุทรตามสัญญา เทพโปรไซดอนจึงสาปในนางเปซิเฟีย (Pasiphae) ชายาของกษัตริย์ไมนอสหลงรักพ่อวัวตัวนั้นจนมีอะไรกันกับพ่อวัวตัวนั้นและให้กำเนิดมินะทอร์ Minotaur อสูรกายมีเศียรเป็นวัวที่ทรงพลังมาก แต่กษัติย์ไมนอสก็ไม่ฆ่าทิ้ง (ได้ชื่อว่ามีพ่อเป็นวัวเหมือน / วัวคำยกย่องนักรบ?) กลับสร้างเขาวงกตและให้เป็นที่อยู่ของมัน และเพื่อไม่ให้มินะทอร์ออกมาทำร้ายคน กษัตริย์ไมนอสจะส่งเชลยหรือนักโทษชาย 7 หญิง 7 เข้าไปเป็นเครื่องสังเวยให้มันฆ่าและกินทุกปี โดยต่อมาเจ้าชายแห่งกรีก "ธีเซียส" ได้อาสามาเป็นเชลยเพื่อเข้าไปฆ่ามินะทอร์ในเขาวงกตโดยได้การช่วยเหลือจากแอรีแอดนี (Ariadne) ธิดาของกษัตริย์ไมนอส ซึ่งความจริงคำว่า มินะทอร์ หมายถึงวัวศักดิ์สิทธิ์ของกษัตริย์ไมนอส ที่อาจจะให้คนสวมหัววัวค่อยฆ่าคนสังเวยเทพวัวในพิธีกรรมที่นับถือวัวเป็นพระเจ้าก็เป็นได้ ส่วนเรื่องที่แต่งว่าชายาของกษัตริย์ไมนอสมีลูกกับวัว หรือมีลูกเป็นวัวอาจจะเป็นคำเหยียดของพวกกรีก เพราะวัว หมีหรือสิงโต มักเป็นสัญลักษณ์สำหรับการยกย่องเปรียบเทียบนักรบในสมัยโบราณ และประเด็นสำคัญ พ่อวัวแม่วัวได้รับการยกย่องเป็นเทพในอารยธรรมอียิปต์อย่างชัดเจนกว่ากรีก ซึ่งอารยธรรมทั้งสองขับเคี่ยวกับมายาวนาน จนสังเกตได้ว่าเทพบางตนของอียิปต์ก็ถูกเปลี่ยนเป็นปีศาจในอารยธรรมกรีก หรือถูกเทียบกับเทพกรีก-โรมันในสมัยหลัง


รูปที่ 6 เศดุ หรือ ลามัสสุ ที่เป็นลูกผสมของวัว (มีแบบเป็นลูกผสมสิงโตกล่าวไปแล้วในราศีที่ 60)
ที่มา http://www.livius.org/articles/mythology/lamassu-bull-man/

   😈 ดังที่กล่าวไปในราศีปีศาจที่ 60 วาพูลา และซากัน ก็มีการคล้ายกันคือนับได้ว่าเป็นพวก เศดุ หรือลามัสสุเทพอารักษ์ของเมโสโปเตเมียพวกหนึ่ง เพราะเศดุหรือลามมัสสุมีสองชนิดคือ พวกครึ่งกริฟฟิน สฟิงซ์ กับสิงโต หรือวัว โดยวาพูลาเป็นครึ่งสฟิงซ์ กริฟฟิน ที่เป็นสิงโต แต่ซากันเป็นชนิดที่เป็นครึ่งวัวนั้นเอง


รูปที่ 7 นนทิ เทพวัวพาหนะของพระศิวะในศาสนาฮินดู
ที่มา https://www.lotussculpture.com/blog/nandi-hindu-god-shiva/

     😈 เทพวัวที่มีเชื่อเสียงอีกตนหนึ่งคือนนทิของอินเดียซึ่งสืบต่อการนับถือวัวมาจากอารยธรรมโบราณ โดยเทพนนทิเป็นพาหนะของพระศิวะ เดิมในตำนานว่าเป็นพราหมณ์ครอบครัวหนึ่งที่นับถือพระศิวะมากจึงบำเพ็ญตนจนกลายเป็นโคนนทิซึ่งเป็นผู้นำเหล่าคณะเทพ (มีรูปร่างเป็นอมนุษย์ร่างแคระ ไม่อยากเรียกว่าอสูรร่างแคระที่เขาใช้กัน เพราะอสูรเป็นศัตรูเทวดา แต่คณะเทพเป็นเทพรับใช้พระศิวะ) ซึ่งก็คือญาติ ๆ ของนนทิที่บำเพ็ญตนจนได้รับพรให้เป็นผู้รับใช้ใกล้ชิดพระศิวะจนต่อมาเมื่อพระคเณศกำเนิดขึ้น พระคเณศก็ได้รับหน้าที่จากพระศิวะให้เป็นหัวหน้าของโคนนทิและเหล่าคณะเทพอีกต่อหนึ่ง โดยโคนนทิ หรือโคอุสุภราชปรากฏในเรื่องรามเกียรติ์ของไทยตอนหนึ่งที่หนุมานจะต้องไปขอมูลของโคอุสุภราชมาผสมกระสายยารักษาพระลักษมณ์


รูปที่ 8 ฮาเทอร์ เทพีแห่งความรักของอียิปต์ซึ่งมีเศียรเป็นโค หรือเศียรคนมีเขาโค
ที่มา https://www.pinterest.com/pin/432275264227913086/

  😈 ส่วนแม่วัวกามเธนุ หรือโคสุรภี ได้รับอิทธิพลจากเทพีฮาเทอร์ของอียิปต์ และ "อัล บูรัค" Al Buraq แม่โคทูตสวรรค์ที่ส่งศาสดามูหมัดไปกรุงเยรูซาเลมชัดเจน โดยนางกามเธนุ เกิดจากการกวนเกษียรสมุทร และถูกยกให้เป็นโคของสัปตฤาษีทั้ง 7 หรือฤาษีวสิษฐะ และต่อมาได้เป็นโคของฤาษีชมทัคนิ (พ่อปรศุราม) จากนั้นต่อมาก็ได้ขึ้นมาบนสวรรค์กลายเป็นโคสวรรค์ของพระอินทร์ กล่าวกันว่าแม่วัวสวรรค์กามเธนุสามารถบันดาลให้เกิดทุกสิ่งตามความปรารถนาของเจ้าของ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร กองทัพ ชนเผ่าต่าง ๆ และมนุษยชาติ กันเลยที่เดียว ซึ่งก็อาจจะเป็นการเปรียบเทียบให้รู้จักคุณของวัวที่ช่วยคนในการทำนา และให้นมซึ่งเป็นวัตถุดิบในการทำอาหาร ขนม และเครื่องดื่มของชาวอินเดียก็เป็นได้


รูปที่ 9 อัล บูรัค Al Buraq โคสวรรค์ในศาสนาอิสลามซึ่งพาศาสดามูหมัท prophet Muhammad ไปนครเยรูซาเลม
ที่มา http://ownerlessmind.blogspot.com/2011/06/kamadhenu-and-al-buraq.html


รูปที่ 10 กามเธนุ หรือสุรภี โคสวรรค์ของศาสนาฮินดู
ที่มา http://ownerlessmind.blogspot.com/2011/06/kamadhenu-and-al-buraq.html

    😈 ปีศาจวัวของจีนในเรื่องไซอิ๋วที่มีการร่วมเทพเจ้าจีนกับเทพในศาสนาพุทธทำให้ติดเทพในศาสนาฮินดูมาด้วยอย่างพวกเทพชั้นรองคือ พวกครุฑ (กลายเป็นเจ้าอินทรี) พญานาค (กลายเป็นมังกร) หนุมาน (กลายเป็นพญาลิงเห่งเจีย) วราหาวตาร (กลายเป็นปีศาจหมูตือป๋วยไก) มัตสยาวตาร (กลายเป็นปีศาจน้ำซวยเจ๋ง) เป็นต้นนอกจากนี้ยังมีญาติที่ซุนหงอคงหรือเห่งเจียต้องไปรบกัน คือภัทรกาลี (องค์หญิงพัดเหล็ก) โคนนทิ (ปีศาจวัว) และสกันธกุมารวัยเด็ก (กุมารแดงอังไฮยี้)
   
รูปที่ 11 ปีศาจวัวใน ไซอิ๋ว Bull Demon King (牛魔王)  of Journey to the West
ที่มา https://www.pinterest.com/a1942jef/西遊記/

  😈 ซึ่งไซอิ๋ว หรือซีโยวจี คือวรรณคดีจีนประเภทจินตนิยาย คล้ายเรื่องพระอภัยมณีของไทยมีการเก็บเอาเรื่องเล่าและตัวละครในตำนานจีน และอินเดียมาผูกเรื่องใหม่โดยเน้นอิทธิฤทธิของพุทธให้อยู่เหนือเต๋า และเหยียดเทพในฮินดูให้เป็นปีศาจไปก่อน เมื่อผ่านการบำเพ็ญตนตามหลักวิถีพุทธแล้วจึงกลับมาเป็นเทพใหม่ แสดงให้เห็นของความใจกว้างของลัทธิพหุเทวนิยมที่แฝงอยู่ในพุทธศาสนาแบบจีน ต่างจากเอกเทวนิยมของพระเจ้าสุลัยมาน (โซโลมอน) ที่ให้เทพท้องถิ่นเป็นเทวดาตกสวรรค์ไปแล้วตกไปนรกเลยไม่ต้องได้ผุดได้เกิด และสร้างเทวทูตทั้ง 72 ตนมาแทนที่ (เรียกว่าไม่มีที่ว่างสำหรับเทพองค์เดิม)

😇😇😇😇😇😇😇

        😇 อูมาเบล Umabel เป็นทูตสวรรค์ของมิตรภาพและความสัมพันธ์ ประจำวัน 21-25 มกราคม เป็นผู้มีสนันสนุนความรู้ทางจิตวิญญาณ โหราศาสตร์  ความลับของอาณาจักรสัตว์ แร่ และธัญพืช เทวทูตสวรรค์องค์นี้สามารถช่วยให้มนุษย์พัฒนาการรับรู้ที่มุ่งเน้นและมโนธรรม พระองค์สามารถช่วยให้คุณดำดิ่งลงสู่จิตใต้สำนึกของมนุษย์และค้นพบตัวตนที่แท้จริงของตนเอง ทำให้มีความรู้เกี่ยวกับจักรวาลและการสร้างสรรค์ทุกระดับ ทั้งศิลป์ ดนตรี และการแสดง    สามารถนำทางไปสู่ความรู้ที่เป็นความลับ และสามารถแสดงให้ผู้คนทั้งหลายเห็นว่าจะเป็นครูที่ดีได้อย่างไรเพื่อแบ่งปันความรู้ของตนเองสู่สาธารณะชน เทวทูตสวรรค์อูมาเบล Umabel เป็นเทวดาผู้อุปถัมภ์ของศิลปิน นักดนตรี จิตกร ผู้สอน วิทยากร อาจารย์ ครู และผู้สร้างสรรค์ผลงานทั้งปวง


รูปที่ 12 อูมาเบล เทวทูตสวรรค์แห่งมิตรภาพ
...........

~The Chernobog , demon from Slavic Myth in Disney, Fantasia disney and Fantasia~

~Legend is a 1985 American dark fantasy adventure film~

~Red bull drinking cartoon~

วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2562

ราศีปีศาจที่ 60 วาพูลา (Vapula) 16-20 ม.ค.

รูปที่ 1 ดวงตรามารวาพูลา พญามารแห่งพลังแรงบันดาลใจลี้ลับ
ที่มา https://demonsanddemonolatry.com/demon-of-the-night-duke-vapula-night-demon/

ราศีปีศาจที่ 60 วาพูลา (Vapula) ประจำวันเกิดที่ 16-20 มกราคม

~Vapula flying~
 
  😈  วาพูลา (Vapula) หรือ นาพูลา (Naphula) พญามารแห่งพลังแรงบันดาลใจลี้ลับ คือพญามารตนที่ 60 ของพระเจ้าสุลัยมาน (โซโลมอน solomon) มีกองทัพผีและปีศาจ 36 กองพลในอำนาจ  สามารถให้ความรู้ด้านจิตวิทยา กลศาสตร์ วิทยาศาสตร์ งานฝีมือ และอาชีพ มักปรากฏกายในรูปของสิงโตมีปีกบินได้


รูปที่ 2 เศดุ หรือ ลามัสสุ กริฟฟินแห่งเมโสโปเตเมีย
ที่มา https://www.metmuseum.org/toah/works-of-art/32.143.2/

 😈 เชื่อกันว่า "วาพูลา" พัฒนาการมาจากเสือหรือสิงโตติดปีกในตำนานเปอร์เซีย (อีหร่าน) ซึ่งรับอิทธิพลมาจากเทพกริฟฟินของอารยธรรมเมโสโปเตเมีย คือ เศดุ Shedu หรือ ลามัสสุ Lamassu โดยมากจะเป็นสิงโตติดปีกอินทรีมีเศียรหรือตัวท่อนบนเป็นมนุษย์ คล้ายสฟิงซ์มีปีกหรือ เป็นวัวมีปีกอินทรีเศียรมนุษย์คล้ายนางโคสวรรค์กามเธนุของอินเดีย แต่เทพอารักษ์เศดุ หรือลามัสสุส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดเป็นเพศชาย


รูปที่ 3 ศรเภศวร อวตารปางหนึ่งของพระศิวะเพื่อมาปราบนรสิงห์คลั่ง

   😈 โดยในสมัยปัจจุบันก็ยังส่งอิทธิพลไปสู่ ศรเภศวรัน Sharabeshwaran สัตว์ ครึ่งสิงโตครึ่งครุฑครึ่งคนของอินเดียใต้ซึ่งเป็นอวตารปางหนึ่งของพระศิวะ ซึ่งลงมาปราบนรสิงห์ ซึ่งหลังจากฆ่า หิรัณยักษิปุ พ่อพญาประหลาดได้ นรสิงห์ก็ยังอาละวาดไล่ท้ารบกับนักรบและเทวดาไปทั่วจักรวาลไม่ยอมกลับสวรรค์ พระศิวะเลยต้องอวตารมาเป็น ศรภะ (เป็นเจ้าป่าในวรรณคดีอินเดียมีอำนาจเหนือราชสีห์เพราะเป็นสัตว์ผสมจากสัตว์บกและสัตว์ปีกที่มีอำนาจที่สุด โดยถ้าเป็นสัตว์น้ำสัตว์ที่มีอำนาจที่สุดจะเป็น มกระ อ่าน มะกะระ หรือมังกรแขก ซึ่งก็เป็นสัตว์ผสมจากสัตว์น้ำ และสัตว์บกที่มีอำนาจที่สุด)

รูปที่ 4 พระพุทธเจ้าและบริวารทรงตัวศรภะ (พระพนัสบดี ศรีทวารวดี)
ที่มา https://www.bloggang.com/m/viewdiary.php?id=vinitsiri&month=03-2010&date=14&group=35&gblog=35

   😈 เรียกว่า "ศรเภศวร" ซึ่งเมื่อปราบพระนารายณ์ปางนรสิงห์ได้แล้วทั้งสองก็กลับวิมานของแต่ละตนไป ซึ่งตามเนื้อเรื่องแสดงให้เห็นชัดว่าไศวะนิกายยกพระศรเภศวรขึ้นมาข่มพระนรสิงหาวตารที่มีคนนับถือมากในอินเดียใต้ เพราะมีการค้นพบเทวรูปหินนรสิงห์ขนาดใหญ่ที่เมืองหัมปิ Hampi อินเดียใต้ โดยในทางพุทธศาสนามหายานในสมัยทวารวดีของไทยก็มีรูป พุทธรูปเหยียบเศียรศรภะ ซึ่งเป็นการข่มไศวนิกาย โดยตัวศรภะของไทยเป็นลูกผสมของพาหนะทั้งหลายของตรีมูรติได้แก่ หงส์ของพรหม วัวของพระศิวะ และครุฑของพระนารายณ์ แสดงเชิงสัญลักษณ์ว่าพุทธศาสนาสูงส่งกว่าตรีมูรติทั้งสาม ปัจจุบันชาวไทยเรียกปางนี้ว่า "พระพนัสบดี ศรีทวารวดี" ซึ่งเป็นพุทธปางประทับยืนบนตัวศรภะ มีโพธิสัตว์ซ้ายขวาเช่นพระอมิตาภะของจีนหรือขอมโบราณ ส่วนคำว่า "พนัสบดี" เป็นนามเทพอารักษ์ปรากฏในโองการแช่งน้ำเพื่อเชื่อมโยงกับวรรณคดีโบราณของไทยทำให้พุทธรูปปางเหยียบศรภะ หรือศรภะจะถูกเข้าใจว่าเป็นพนัสบดีในยุคปัจจุบัน ส่วนจะเป็นพนัสบดีในโองการแช่งน้ำจริงหรือไม่ต้องหาหลักฐานกันไป แต่ที่แน่ ๆ ตัวที่พุทธรูปทรง หรือเหยียบหัวอยู่แขกเรียกว่า "ศรภะ" 


ภาพที่ 7 นรสิงที่เมืองหัมปิ อินเดียใต้ (เคยเห็นภาพที่อาจารย์ศาสตราจารย์นาคสวามีไปบูรณะสมัยที่รูปสลักนรสิงห์นี้ยังหลุดเป็นชิ้น ๆ ในรูปเก่าสมัยที่ท่านหนุ่ม ๆ ในบ้านของท่านด้วย)

   😈 อย่างคชสิงห์ แขกอินเดียใต้ก็เรียกว่า "ยาฬี" หรือ "ยาลี" (ไม่ใช่ยาฬ ยาฬเป็นพิณชนิดหนึ่ง) แม้ว่าไทยจะใช้คำยืมภาษาบาลีสันสกฤตของแขกแต่หลายคำไทยสร้างคำบาลีสันสกฤตใช้เอง (โดยเฉพาะศัพท์บัญญัติใหม่) หรือความนิยมในการเลือกใช้คำที่มีหลากหลายคำให้เลือกใช้ก็ไม่ตรงกันอยู่ดี

😇😇😇😇😇😇😇😇


    😇 มิตซราเอล Mitzrael เป็นเทวทูตสวรรค์ผู้อุปถัมภ์แห่งการซ่อมแซมภายใน ซึ่งสามารถช่วยให้ทุกคนเรียนรู้และเข้าใจ หน้าที่ และสิทธิของตนเอง คือเทวทูตสวรรค์ประจำวันที่ 16-20 มกราคม มิตซราเอล Mitzrael เทวทูตสวรรค์ผู้อุปถัมภ์แห่งการซ่อมแซมภายใน  ช่วยให้มวลมนุษย์สามารถแก้ไขปัญหาชีวิตของตนเองได้ สามารถรักษาความเจ็บป่วยทางจิตใจ และแนะนำการชดใช้บาปทั้งหลายผ่านการรับรู้ทางวิญญาณ นอกจากนี้ยังสามารถอำนวยความสะดวกในการศึกษาและการปฏิบัติด้านจิตวิทยาและจิตเวช และชี้นำให้มนุษย์ทั้งหลายฝึกปฏิบัติงานทางปัญญาด้วยการประสานกันของการรวมตัวกันระหว่างร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และจิตวิญญาณ หากใครศึกษาและต้องการประสบความสำเร็จในด้านจุลชีววิทยา เทคโนโลยี และประสาทวิทยา ซึ่งมิตซราเอล Mitzrael สามารถให้พลังสนับสนุนได้ โดยสุดท้ายแล้วเทวทูตสวรรค์มิตซราเอล Mitzrael จะนำความเรียบง่ายมาสู่ทุกด้านในชีวิตของคุณ


ภาพที่ 6 เทวทูตสวรรค์ มิตซราเอล แห่งการซ่อมแซมรักษาจิตใจภายใน
ที่มา https://spiritualexperience.eu/mitzrael-angel-of-reparation/

.........


รูปที่ 8 The Lion of Saint Mark, สิงโตติดปีกถือไบเบิลของเซนต์มาร์คบนธงโบราณของอิตาลี
ที่มา https://www.zazzle.com/italian+flag+coasters


ภาพที่ 9 มกระ (มังกรทะเลอินเดีย)
ที่มา https://www.pinterest.com/pin/303007881171780788/


~ Narnia movie 2005~

   😇 แม้จะไม่มีปีก แต่สิงโตที่เป็นตัวแทนแห่งพลังใจในเรื่องนาร์เนีย ก็มีบทบาทเช่นเดียวกับวาพูลา ซึ่งพ่อมดหมอผีสามารถส่งไปให้กำลังบริวารของตนในการทำสงครามได้ แต่ในเรื่องนาร์เนีย สิงโตถูกเปลี่ยนเป็นตัวแทนแห่งความดี และแม่มดน้ำแข็งคือตัวแห่งความชั่วร้าย

    😇 เชื่อว่าแต่เดิมสมัยพระเจ้าสุลัยมานพยายามเปลี่ยนเทพท้องถิ่นต่าง ๆ ให้กลายเป็นปีศาจด้วยการเสกสรรปั้นแต่งว่าเทพท้องถิ่นเดิมคือเทวทูตตกสวรรค์ทั้งหมด เพื่อยกย่องพระเจ้าสูงสุดองค์เดียวตามความเชื่อเอกเทวนิยมที่พัฒนามาเป็นศาสนาคริสต์ปัจจุบัน สมัยนั้นพวกกริฟฟิน และสิงโตติดปีกของเป็นตัวแทนของพญามาร แต่ต่อมาเนื่องจากสิงโตเป็นตัวแทนแห่งอำนาจและความสง่างามในใจของมนุษย์ที่โหยหาพลังและแรงบันดาลใจยามสิ้นหลัง เพราะตามหลักจิตวิทยาคนเราเวลาตกยากหรืออยู่ในความมืดมิดของด้านมืดในใจก็มักจะหาสัญลักษณ์หรืออะไรบางอย่างเพื่อการลุกขึ้นต่อสู่กับความขัดแย้งในตนเอง หรือสังคม อย่างแบดแมน ก็มีค้างคาว แคทวู้แมนมีแมว ฯ ในการ์ตูนก็สะท้อน ความเชื่อของการใช้สัตว์เป็นสัญลักษณ์ของชนเผ่าต่าง ๆ ในสมัยโบราณที่หลงเหลือในปัจจุบันรูปแบบหนึ่ง หรือแม้แต่คริสตศาสนาบางนิกายในยุคหลังก็มีการยอมรับนำ ตัวกริฟฟิน และสิงโตติดปีกกลับมาใช้ใหม่ว่าเป็นตัวแทนแห่งพลัง ความดี และแสงสว่างในยุคหลังพระเจ้าสุลัยมาน เช่น การใช้สิงโตติดปีกถือพระคัมภีร์ไบเบิลว่าเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของเซนต์มาร์คในศาสนาคริสต์ของประเทศอิตาลี และกริฟฟินในนวนิยายฝรั่งสำหรับเด็กต่าง ๆ ในปัจจุบันมักอยู่ฝ่ายดี เพราะเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปความคิดก็เปลี่ยน ทำให้การยัดเยียดให้เทพท้องถิ่นกลายเป็นปีศาจของพระเจ้าสุลัยมานก็ใช่ว่าจะสำเร็จเสมอไป ไปตลอด