§ ทวีปทั้ง ๔
โลกมนุษย์
หรือ มนุษยภูมิ เป็นที่อาศัยของสัตว์ทั้งหลาย ทั้งสัตว์ผู้มีใจสูง และสัตว์ต่าง ๆ
ผู้กล้าหาญที่จะประกอบกรรมต่างๆ ทั้งที่เป็นกุศลกรรมและอกุศลกรรม แบ่งเป็น ๒ จำพวก
และ ๔ จำพวกย่อย คือ
ก)
พวกไปมืด
๑ ผู้มามืดแล้วไปมืด บุคคลที่เกิดมาจน จึงประพฤติชั่ว เมื่อตายไปไม่มีคนระลึกถึง หรือมีแต่คนสาปแช่ง
๒ ผู้มาสว่างแล้วไปมืด เป็นบุคคลที่เกิดมารวย แต่กลับทำแต่ความชั่ว เมื่อตายไปมีแต่คนสาปแช่ง
ข) พวกไปสว่าง
๓ ผู้มามืดแล้วไปสว่าง บุคคลที่เกิดมาจน แต่กลับทำแต่ความดี เมื่อตายไปผู้คนต่างสรรเสริญ
๔ ผู้มาสว่างแล้วไปสว่าง เป็นบุคคลที่เกิดมารวย และทำแต่ความดี เมื่อตายไปมีแต่คนรักและคิดถึง
คนไทยสมัยก่อนเชื่อว่ามนุษย์ภูมิแบ่งออกเป็นสี่ทวีป
ได้แก่
๑.ชมพูทวีป
๒.
อุตตรกุรุทวีป
๓.
บุพพวิเทหะ
๔.อมรโคยาน
ซึ่งทวีปที่สำคัญในวรรณคดีไทยได้แก่
ก) ชมพูทวีป (ดินแดนของผลลูกหว้า)
โดยชมพูทวีปเป็นทวีปที่พระโพธิสัตว์ทั้งหลายจะมาจุติเป็นพระพุทธเจ้า
ปัจจุบันคือประเทศอินเดีย แต่นักวิชาการบางคน ก็ว่าชมพูทวีปก็คือมนุษย์โลก
เพราะสมัยหลัง ๆ ตำราทางพระพุทธศาสนาเขียนขึ้นโดยพระภิกษุชาวพม่า
พระภิกษุชาวเหนือของประเทศไทย และพระภิกษุจากประเทศอื่น ๆ
และก็ว่าประเทศของตนคือชมพูทวีปบ้าง ทำให้ในปัจจุบันชาวไทยก็เริ่มเข้าใจว่าเมืองไทยคือชมพูทวีปเช่นกัน
เพราะคนไทยรักพระพุทธเจ้ามาก และอยากให้พระพุทธเจ้าเกิดในเมืองไทย
จึงไม่สนใจความเป็นจริงเรื่องประวัติศาสตร์
และต่อมาเมื่อพบว่าในตำราทางพุทธศาสนาเรียกดินแดนทางชายฝั่งทะเลตะวันออกของประเทศอินเดียว่า
“สุวรรณภูมิ” (ดินแดนแห่งทองคำ) ที่ดูดีกว่า ดังนั้นประเทศต่าง ๆ
ที่พุทธศาสนาแพร่หลายไปถึงก็จึงเรียกดินแดนของตนว่า “สุวรรณภูมิ” กันบ้าง
ข) อุตตรกุรุทวีป (พื้นที่ทางตอนเหนือ)
เนื่องจากการพรรณนาเกี่ยวกับดินแดนในทวีปต่าง
ๆ โดยเฉพาะในอุตตรกุรุทวีป นั้นจะมหัศจรรย์เช่นเดี่ยวกับเรื่องอาริสในแดนมหัศจรรย์
จึงทำให้เชื่อได้ยากว่าทวีปอื่น ๆ นั้นนอกจากชมพูทวีปเป็นดินแดนที่มีอยู่จริง
เหมือนกับการที่ชาวตะวันตกออกเดินทางมาสู่ดินแดนตะวันออกครั้งแรก พบเห็นสิ่งแปลกใหม่ในโลกตะวันออก
พอกลับไปเล่าเรื่องต่าง ๆ ใครฟังก็ไม่มีใครเชื่อ เช่น
มาโคโปโลที่เคยถูกกล่าวหาว่าเป็นบ้า
ดินแดนอุตตรกุรุทวีปนั้นเป็นดินแดนของผู้มีบุญ
ที่กลางทวีปจะมีต้นกัลปพฤกษ์ที่สามารถบันดาลสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า อาหาร
ยารักษาโรค และทรัพย์สิน ฯลฯ ให้กับทุกคน ๆ คนในอุตตรกุรุทวีปเมื่ออยากได้อะไรก็ไปอธิษฐานขอจากต้นไม้วิเศษนั้น
ปัจจุบันมีผู้เปรียบเทียบต้นกัลปพฤกษ์ว่าเหมือนระบบสวัสดิการสังคมที่ดีของประเทศที่เจริญแล้วในปัจจุบัน
เชื่อกันว่าคนในอุตตรกุรุทวีปมีหน้าตาสวยงามมาก
เมื่อมีพระมหาจักรพรรดิเกิดขึ้นในชมพูทวีป สตรีที่ดีพร้อมทุกอย่างคือ “นางแก้ว”
จะเหาะมาจากอุตตรกุรุทวีปเพื่อเป็นพระมเหสีขอพระมหาจักรพรรดิ
แต่เมื่อพระมหาจักรพรรดินั้นสวรรคต นางแก้วนั้นก็จะเหาะกลับไปอุตตรกุรุทวีปตามเดิม
เพราะคนในอุตตระกุรุทวีปจะมีอายุที่ยืนกว่าคนในชมพูทวีป
§ ทะเลสีทันดร
เป็นทะเลที่ขวางกันระหว่างโลกมนุษย์กับป่าหิมพานต์และเขาพระสุเมรุ
ซึ่งเป็นแกนกลางจักรวาล และเป็นที่ตั้งของสวรรค์ชั้นต่าง ๆ ว่ากันว่าทะเลสีทันดร
หรือ มหานทีสีทันดร นี้กว้างใหญ่และไกลมาก
ขนาดพระยาครุฑซึ่งเป็นนกที่มีฤทธิ์และกำลังมากจะบินข้ามฝั่งไปแต่ละครั้ง
ก็หมดแรงไปเลยที่เรียกว่า “สุดแรงปีกครุฑ”
แต่ในเรื่อง “กากี” พระยาครุฑ
ก็อุตสาหะบินไปกลับ เพื่อมาลักพานางกากีพระชายาของพระเจ้าพิมพิสาร ไปซ่อนไว้ที่วิมานฉิมพลีของตนเองที่อยู่บนต้นงิ้วที่ตีนเขาพระสุเมรุ
และด้วยแรงแห่งตัณหาพระยาครุฑก็สามารถอุ้มนางกากีบินข้ามทะเลสีทันดรที่กว้างไกลข้ามไปได้ยากนั้นไปได้
ทำให้ทะเลสีทันดร หรือมหานทีสีทันดรถูกเปรียบกับห้วงแห่งตัณหา
ความอยาก และความทุกข์ของมนุษย์ในวรรณกรรมไทยสมัยหลังบางเรื่องเช่นเรื่อง
“ข้ามสีทันดร” ที่ตัวละครเอกในเรื่องจะต้องผจญกับปัญหาต่าง ๆ ในชีวิต และยาเสพติด
§ สระอโนดาต
สระอโนดาต หนึ่งในเจ็ดสระในป่าหิมพานต์
เชื่อกันว่าน้ำในสระอโนดาตนั้นใสสะอาดมาก ทำให้สระอโนดาตกลายเป็นที่เล่นน้ำสำราญใจ
ของอมนุษย์ทั้งหลายที่มีรูปลักษณ์งดงามดั่งเทวดานางฟ้า โดยเฉพาะพวกนางกินนรีทั้ง
๑๒ ตน มักจะออกจากเมืองกินนรของพวกตน มาเพื่อเล่นน้ำที่สะอโนดาต ทุก ๆ เจ็ดวัน
วันหนึ่งพรานป่าผู้ชื่อบุญที่เป็นคนของพระสุธนมาเที่ยวป่าหิมพานต์และพบเห็นนางกินนรี
ที่สวยงามเหมือนนางฟ้า จึงต้องการจับไปถวายพระสุธน
นางกินนรีพวกนี้มีความไวมากไม่สามารถจับได้ง่าย ๆ
ดังนั้นพรานบุญจึงไปขอยืมบ่วงนาคบาศ
ที่เป็นบ่วงวิเศษมาจากพระยานาคที่เป็นเพื่อนของตนมา จึงสามารถจับนางมโนห์รา
ซึ่งเป็นนางกินนรีน้องสุดท้อง ในพี่น้องทั้ง ๑๒ ตนได้ แล้วนำนางมโนห์รามาถวายให้เป็นชายาของพระสุธน
§ ป่าหิมพานต์
คนไทยหลายคนยังเข้าใจว่าสัตว์ในป่าหิมพานต์นั้นเป็นสัตว์ที่มีเฉพาะในนิทานเท่านั้น
ไม่ใช่สัตว์ที่มีอยู่จริง แต่ตามความเป็นจริงแล้ว สัตว์ในป่าหิมพานต์ก็คือภูมิปัญญาโบราณของคนไทย
เกี่ยวกับความรู้เรื่อง สัตววิทยาของคนไทยในสมัยโบราณ
ที่ครอบคลุมทั้งสัตว์ต่าง ๆ ในตำนานทั้งหลายระดับสากลโลก และสัตว์ต่าง ๆ
ที่มีอยู่จริง ซึ่งคนไทยทั่วไปไม่มีโอกาสพบเห็น ดังนั้นนายช่างผู้ชาญฉลาดชาวไทยในสมัยโบราณจึงสืบสร้างสัตว์เหล่านี้ไว้เป็นงานศิลป์
ลายไทยเพื่อให้คนไทยรุ่นลูกหลานได้รู้จัก
โดยที่สัตว์ป่าหิมพานต์เหล่านี้อาจจะรวบรวมความรู้มาจากแหล่งความรู้ต่าง
ๆ เช่น ตำราต่าง ๆ ทั้งของพุทธและพราหมณ์ นอกจากนี้ยังอาจจะมาจากการเปิดโลกทัศน์รับรู้เรื่องราวต่าง
ๆ ผ่านการติดต่อค้าค้าแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับอารยประเทศในสมัยโบราณของชาวไทย
ดังนั้นสัตว์ป่าหิมพานต์จึงอาจจะแบ่งเป็น
๔ กลุ่มใหญ่จากที่มา เช่น
๑ สัตว์ที่มีอยู่จริง
ส่วนหนึ่งสัตว์ต่างประเทศที่ไม่มีในเมืองไทย
ทำให้คนไทยเข้าใจผิดว่าเป็นสัตว์ในตำนานเท่านั้น
เพราะไม่เคยพบเห็นสัตว์ดังกล่าวในเมืองไทย และไม่เข้าใจเรื่ององค์ประกอบศิลป์
ในการประดิษฐ์ความงดงามของลายไทย เช่น
๑.๑ เหรา
|
ภาพ เหรา
|
ที่มา http://getdrawings.com/komodo-dragon-drawing |
๑.๒ วารีกุญชร (ช้างน้ำ hippopotamus)
๑.๓ ม้าสินธพนที
ม้าอินเดียพันธุ์ชนิดหนึ่งซึ่งเป็นม้าดี วิ่งเร็วมาก เรียกว่า ม้ามาวารี Mawari หรือ Malari horse คำว่า มาวารี ออกเสียงคล้ายคำว่า “วารี” ที่แปลว่า “น้ำ” ในภาษาไทย อาจจะทำให้เข้าใจผิดว่า เป็นม้าอยู่ในน้ำ ส่วนคำว่าสินธพ มาจากสินธุ ซึ่งเป็นแม่น้ำสำคัญสายหนึ่งในอินเดีย
๑.๔ นกอินทรี
|
ที่มา https://favpng.com/
|
๑.๕ นกเทศ (นกกระจอกเทศ ostrich)
๑.๖ หงส์ไทย
|
ที่มา http://www.himmapan.com/
|
๑.๗ หงส์จีน
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
๑.๘ สิงห์
(สิงโตอินเดีย)
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
(Indian
lion , Leo Persica or Asiatic lion)
|
๑.๙ สิงโตจีน
(สิงโตแอฟริกา African lion)
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
ที่มา https://en.wikipedia.org/wiki/Asiatic_lion
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
(Tigon, สัตว์ลูกผสมที่มีพ่อเป็นเสือ
และมีแม่เป็นสิงโต)
|
๑.๑๑
ระมาด หรือแรด Rhinoceros
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
๑.๑๒
คีมี (หมา ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ Tibetan Mastiff)
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
๑.๑๓
มัจฉวาฬ หรือปลาวาฬ
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
ภาพ Moby dick ที่มา https://grandsunsetgiliair.com/5-books-about-the-ocean-that-need-to-be-in-your-beach-bag/ |
๑.๑๔
ศฤงคมัสยา หรือปลาฉนาก
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
นาร์วาฬ (อังกฤษ: Narwhal; ชื่อวิทยาศาสตร์: Monodon monoceros)
๑.๑๕ นางเงือก (Mermaid) or siren
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
|
|
|
๑.๑๖ นกการเวก
|
ที่มา https://th.wikipedia.org/wiki/นกการเวก_(เทพปกรณัม)
|
(The bird of paradise from Indonesia)
|
๒ สัตว์ที่มาจากตำนานจีน
๒.๑ มังกรจีน
(Chinese dragon)
|
สมัย ร. ๕
|
๒.๒ กิเลน
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
๒.๓ สัตว์ครึ่งมังกรจีน
(ลูกมังกร)
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
๒.๔ สัตว์ครึ่งสิงโตจีน
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
๓. สัตว์ที่มาจากเทพนิยายตะวันตกและอียิปต์
๓.๑ อรหัน Thai headed human bird
|
https://th.wikipedia.org/wiki/อรหัน
|
(A Russian and Slavic version of the siren)
ที่มา http://www.urbanthreads.com/
productImages/regularSize/UT๑๐๖๒๗f.jpg
|
|
ที่มา http://sarakadee.com/
๑๐๘/๑๐๘thai/index.htm
|
ที่มา http://www.egy-king.blogspot.com
|
จิงโจ้เอย
|
มาโย้สำเภา
|
หมาไล่เห่า
|
||
จิงโจ้ตกน้ำ
|
หมาไล่ซ้ำ
|
จิงโจ้ดำหนี.
|
||
ได้กล้วยสองหวี.
|
ทำขวัญจิงโจ้
|
โห่ฮิ้วๆ
|
๓.๒ กุมภีนิมิต (Sobek the crocodile god)
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
ที่มา http://publicdomainvectors.org/
es/vectoriales-gratuitas/Dibujo-vectorial-de-Sobek/๑๐๗๗๒.html
|
๓.๓ ม้าปีก หรือ ดุรงค์ปักษิณ (Pegasus of Greek tales)
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
๓.๔ ไกสรปักษา (กรีฟฟิน Griffin)
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
ที่มา https://commons.wikimedia.org/
wiki/File:Griffin_(PSF).png
|
๓.๕ กบิลปักษา (ลิงมีปีก )
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
ที่มา https://en.wikipedia.org/
wiki/Winged_monkeys
|
๔ สัตว์ที่มาจากตำนานของอินเดีย
๔.๑ สัตว์ป่าหิมพานที่มาจากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์
พระยาแร้งสะดายุ และสัมพาที
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
ที่มา http://www.supercoloring.com/pages/white-rumped-vulture
มัจฉานุ
ที่มา www.Himmapan.com
มารีศ
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
and the Celtic god of hunter
ที่มา www.mogenfinalexam.
blogspot.com%๒f๒๐๑๓%๒f๐๒%๒f
cernunnos.html/
|
อสูรวายุภักษ์
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
ที่มา http://www.picstopin.com/
๔๘๗/drawing-of-eagle-by-dr-deborah-watson/
http:%๗C%๗Cdeborahwatsonmd*com
%๗Cimages%๗Cart-eagle-hires*jpg/
|
ช้างเอราวัณ
ที่มา www.Himmapan.com
คชสีห์
|
node/๓๗๙๓๒?page=๐%๒C๐
|
|
๔.๒ สัตว์ป่าหิมพานต์ที่ได้อิทธิพลจากวรรณกรรมพุทธศาสนา
นกหัสดีลิงค์
ที่มา www.Himmapan.com
มักกะลีผล หรือนารีผล
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
ที่มา http://www.dhammajak.net/forums/
viewtopic.php?f=๑๗&t=๒๓๑๖๒&start=๑๕
|
|
Vak vak or waq waq tree of Islamic Mythology ที่มา http://jcb.lunaimaging.com/luna/servlet/detail/ JCB~๑~๑~๒๐๗~๒๓๐๓๓๑:-The-vak-vak-tree- |
|
๔.๓ สัตว์ที่มาจากนิทานปุราณของอินเดีย
กรินทร์ปักษา
|
ที่มา www.Himmapan.com
|
ที่มา theverlookpress.blogspot.com
|
๔.๔ สัตว์ป่าหิมพานต์ที่ได้อิทธิพลจากวรรณคดีนารายณ์สิบปาง
นรสิงห์
Ancient Mesopotamia
ที่มา http://enenuru.proboards.com/thread/๓๖๑
แน่นอนว่าสัตว์ในป่าหิมพานต์นั้นหลายชนิดอาจจะมีต้นกำเนิดจริง ๆ
มาจากจินตนาการอันล้ำลึกของมนุษย์แต่เมื่อนานวันไปนายช่าง
หรือศิลปินนักวาดภาพในรุ่นหลัง ๆ
ไม่เคยเห็นก็เลยวาดสัตว์นั้นออกมาโดยเทียบกับสัตว์ที่มีอยู่จริงในโลกนี้
ดังเช่นรูปหงส์ของจีน ในชั้นหลังสมัยราชวงศ์ชิง
ดูอย่างไงก็รู้ว่าเอารูปนกยูงหรือไก่ฟ้ามาวาดแทนที่ ซึ่งบางครั้งก็ผสมกันหัวเป็นไก่ฟ้าตัวเป็นนกยูงก็มี
ส่วนของไทยเองก็เอารูปนกการเวกที่มีอยู่จริง (the bird of paradise) มาวาดแทนเป็นรูปนกวายุภักษ์ ซึ่งแต่เดิมน่าจะเป็นนกคนละตัวในวรรณคดี
แต่ปัจจุบันเมื่อเอารูปมาวาดแทนกันได้
นกการเวกกับนกวายุภักษ์จึงได้กลายเป็นนกชนิดเดียวกันในวรรณคดีไทย
อนึ่งผู้เขียนมองว่า สัตว์ต่าง ๆ ในป่าหิมพานต์ของไทยนั้นมีที่มาที่ไป
เป็นภูมิปัญญาและองค์ความรู้ของไทยโบราณโดยแท้จริง แต่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นมั่ว ๆ
จากจินตาการไร้แก่นสารเลื่อนลอยของนายช่างเขียนเท่านั้น แต่น่าจะเกิดขึ้นจากอัจฉริยภาพทางศิลปะ
และการค้นคว้าหาความรู้ที่เกี่ยวกับโบราณวิทยาของไทยมาแต่สมัยโบราณ
ดังเช่นท่านอาจารย์ศิลป์พีระศรี (บรมครูแห่งงานศิลปะสมัยใหม่ของไทย) สมัยก่อนจะปั้นรูปของย่าโม
ผู้เป็นบรรพชนที่ชาวโคราชเคารพศรัทธา เมื่อไม่มีรูปของย่าโมในสมัยนั้นเลย ก็ต้องไปสืบหาเกี่ยวกับรูปพรรณสัญฐานของสตรีโคราชแท้
ๆ ก่อน ภายหลังจึงปั้นรูปของย่าโมขึ้นโดยอาศัยอัจฉริยภาพทางงานศิลปะของท่านอาจารย์
ซึ่งไม่ได้นั่งเทียนปั้นขึ้นเองตามใจชอบแน่นอน
หมายเหตุ : แต่เดิมคำว่า “วายุภักษ์” ในภาษาสันสกฤตหมายถึง
งูชนิดหนึ่ง กับนักบวชที่ฝึกโยคะชนิดหนึ่งกินแต่ลม (เหมือนนางสวาหะของไทย)
ครั้งหนึ่งนักบวชพวกนี้ถูกอสูรร้ายรบกวนจึงขอให้ศรีรามในเรื่องรามายณะส่งคนไปช่วย
ต่างจากเรื่องรามเกียรติ์ว่าเป็น “อสูรวายุภักษ์” ที่จริงน่าจะเป็นอสูร(โจรป่า) ที่มารบกวนพวกนักบวชวายุภักษ์มากกว่า
§ เขาพระสุเมรุ
เขาพระสุเมรุ เป็นถือเป็นแกนกลางของจักรวาลเป็นที่ตั้งของสวรรค์ทั้ง
๖ ชั้น เลยขึ้นไปก็เป็นพรหมโลก มีความสำคัญต่อความเชื่อและศิลปกรรมไทย
และเขมรมาแต่ครั้งโบราณ เพราะสถาปัตยกรรมไทยโบราณไม่ว่าจะเป็นการสร้างวัดหรือวัง
ก็เลียนแบบลักษณะของเขาพระสุเมรุที่เป็นศูนย์กลางจักรวาลเป็นหลัก มีมหาปราสาทและก็หมู่ปราสาท
พระตำนักชั้นรองล้อมรอบ ๗ ชั้นแทนหมู่เขาสัตตบริภัณฑ์ทั้ง ๗
เป็นเสมือนกำแพงแก้วเจ็ดชั้นที่ปกป้องภูเขาพระสุเมรุ
ที่พระอาทิตย์และพระจันทร์จะต้องทำการโคจรทักษิณาวรรต ทุกครั้งที่เคลื่อนที่ผ่าน
เขาพระสุเมรุมีความสำคัญต่อวัฒนธรรมและประเพณีไทยมาก
แม้แต่เมื่อมีการตายก็จะมีคนนำศพไปเผาศพ ที่คนไทยเรียกว่า “เมรุ” (อ่าน เมน)
ซึ่งย่อมาจาก “สุเมรุ” เพื่อหวังในวิญญาณคนตายไปสู่สวรรค์ แม้ราชวงศ์ชั้นสูง
ก็เรียกที่เผาศพของพระประยูรญาติว่า พระเมรุ โดยจะสร้างเป็นปราสาทสวยงามสูงใหญ่
และมีการตกแต่งด้วยสัตว์ต่าง ที่มีในป่าหิมพานต์
เพื่อจำลองปราสาทนั้นให้คล้ายคลึงกับเขาพระสุเมรุ ให้มากที่สุด
และเป็นสัญลักษณ์ว่าดวงพระวิญญาณของพระประยูรญาติพระองค์นั้นได้ไปสู่สวรรค์แล้ว
§ เขาไกรลาส หรือไกลาส
เขาไกรลาส
เป็นยอดเขาลูกหนึ่งในทิวเขาหิมาลัย ชื่อกันว่าเป็นที่สถิตของพระศิวะ ซึ่งทางไศวนิกาย
หรือชาวไทยถือว่าเป็น “พระอิศวร” หรือเทพสูงสุดในเทพทั้งสามของฮินดูหรือตรีมูรติ
อันได้แก่ พระพรหม พระนารายณ์ (วิษณุ) และพระศิวะ คนไทยโบราณเรียกเขาไกรลาสว่า “เขาผาเผือก”
เนื่องจากเขาไกรลาสมีหิมะปกคลุมแล้วสะท้อนแสงแดดมองเป็นสีเงินยวง
เมื่อใดก็ตามที่พระอินทร์
และเทวดาทั้งหลายมีปัญหาที่พระพรหม พระนารายณ์ช่วยไม่ได้ ก็จะมาหาพระศิวะที่เขาไกรลาสเสมอ
ส่วนพวกฤๅษี สิทธา วิทยาธร และโยคีทั้งหลายนั้น
ส่วนใหญ่จะเป็นสาวกศรัทธาบูชาพระศิวะเป็นส่วนใหญ่ พระศิวะจึงได้ชื่อว่า
“พระโยคีศวร” หรือ “พระโยเคศวร” ก็ว่า
แต่มนุษย์หลงเข้าไปในที่ส่วนตัวของพระศิวะโดยไม่ได้รับอนุญาตก็อาจจะโดนพระศิวะลงโทษได้
เช่น ท้าวอิลราช ครั้งหนึ่งหลงเข้าไปในที่รโหฐานของพระศิวะกับพระนางอุมาเทวี
จึงถูกพระศิวะสาปให้กลายเป็นผู้หญิง
แต่พระอุมาเทวีสงสารเลยให้กลายเป็นผู้หญิงเดือนหนึ่งและอีกเดือนหนึ่งจึงให้กลับกลายเป็นชาย
เมื่อท้าวอิลราชกลายเป็นหญิงชื่อนาง
“อิลา” นั้นจำเรื่องราวครั้งที่เป็นชายไม่ได้ ไปเล่นน้ำที่แม่น้ำแห่งหนึ่ง
ที่ใต้แม่น้ำนั้นพระพุธกำลังดำน้ำอยู่เมื่อมองขึ้นมาเห็น นางอิลาแก้ผ้าอาบน้ำอยู่ก็หลงรักจึงนำนางไปเป็นชายา
เมื่อครบเดือนนางอิลาก็กลับกลายเป็นชายคือท้าวอิลราชก็จำเรื่องราวครั้งที่เป็นผู้หญิงไม่ได้และจำไม่ได้ว่าตนถูกพระศิวะสาป
แต่พระพุธก็พูดเกลี่ยกล่อมด้วยความฉลาดจนได้ท้าวอิลราชเป็นศิษย์อยู่กับพระพุธ
พอครบเดือนหนึ่งกลับกลายเป็นหญิงอยู่กับพระพุธในฐานะของภรรยาอีกสับกันไปมาอยู่อย่างนี้
จนนางอิลาตั้งท้องคลอดบุตรเป็นชายแล้ว พระพุธสงสารจึงยอมเล่าความจริงให้ฟัง
และแนะให้ท้าวอิลราชทำพิธีอัศวเมธบูชขอขมาพระศิวะ พระศิวะจึงให้พรให้พ้นสาป
กลับไปเป็นชายตลอดไป
ส่วนลูกที่เกิดกับพระพุธนั้นกลายเป็นต้นตระกูลของกษัตริย์สายจันทรวงศ์
เพราะพระพุธเป็นลูกของพระจันทร์
§ เขาสรรพยา และเขาคันธมาส
เขาสรรพยา
คือภูเขาที่หนุมานไปนำต้นว่านวิเศษสังกรณีตรีชวา
มารักษาพระลักษณ์เมื่อต้องศรของพวกอสูรหลายครั้ง แต่เมื่อหาต้นสังกรณีตรีชวาไม่ทันครึ่งหนึ่งหนุมานก็ยกมาทั้งภูเขาเลย
ซึ่งเขาสรรพยานี้ในรามายณะสำนวนอินเดียบางฉบับว่าคือเขา “คันธมาส”
ซึ่งเป็นเขาที่มีไม้หอมและสมุนไพรมาก เป็นที่รื่นเริงของพวกคนธรรพ์ทั้งหลาย ในสำนวนอินเดียนั้นหนุมานต้องรบกับพวกคนธรรพ์ก่อนถึงจะเอาเขาคันธมาสมาได้
ส่วนในรามเกียรติ์ของไทยนั้นหนุมานต้องวิ่งไล่จับกับต้นว่านวิเศษที่เคลื่อนที่ได้เหมือนตำนานต้นโสมคนของจีนกับซุนหงอคงในเรื่องไซอิ๋ว
§ สวรรค์ ๗ ชั้น
ความเชื่อเรื่องสวรรค์มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก
แต่มีสาระสำคัญแตกต่างกันไป ในความเชื่อเรื่องสวรรค์ของไทยนั้นถือว่ามี ๖
ชั้นเป็นที่อยู่ของพวกเทวดา เลยขึ้นไปก็เป็นพรหมโลกที่ที่อยู่ของพวกพระพรหมต่าง ๆ
แต่บางคนก็ถือว่า โลกมนุษย์ก็เป็นแดนแห่งความสุขในกามด้วยจึงนับรวมกับมนุษยภูมิด้วย
ดังนั้นจึงเกิดสำนวนว่า“สวรรค์ชั้น ๗” หรือมีความสุข “เหมือนขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ด”
นั้นหมายถึงความสุขจากกามคุณที่สุดคือการมีเพศสัมพันธ์ เพราะเทวดาในสวรรค์ชั้นต่าง
ๆ ก่อนถึงพรหมโลกยังยึดติดอยู่ในกามคุณ
ตารางแสดงสวรรค์ทั้ง
๖ กับความสำคัญต่าง ๆ
ชั้นของสวรรค์
|
ชื่อสวรรค์
|
ผู้ปกครอง
|
ความสำคัญ
|
กุศลที่ทำให้ขึ้นไปเกิด
บนสวรรค์แต่ละชั้น
|
ชั้นที่ ๑
|
จาตุมหาราชิกา
|
จตุโลกบาล
|
เป็นด่านป้องกันพวกอสูร
|
ทำบุญเพื่อหวังผล
|
ชั้นที่ ๒
|
ดาวดึงส์
|
พระอินทร์
|
๑ มีต้นปาริชาต
๒ มีเจดีย์จุฬามณี ฯ
|
ทำบุญเพราะเห็นว่าเป็นความดี
|
ชั้นที่ ๓
|
ยามา
|
สุยามเทวราช
|
บางคนเชื่อว่า
สุยามเทวราช
คือพระสยามเทวราช
เทพผู้รักษาเมืองไทย
|
ทำบุญเพราะเห็นว่าเป็นหน้าที่ของลูกหลานต้องทำตามบรรพชน
|
ชั้นที่ ๔
|
ดุสิต
|
ท้าวสันดุสิตเทวราช
|
เป็นที่อยู่ของ
พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย
|
ทำบุญเพื่ออยากจะสงเคราะห์สัตว์โลก
|
ชั้นที่ ๕
|
นิมมานรตี
|
ท้าวสุนิมมิตเทวราช
|
เป็นที่อยู่ของ
เทวดาเนรมิตได้ทุกอย่าง
|
ทำบุญตามต้นแบบและทำด้วยความตั้งใจดี
|
ชั้นที่ ๖
|
ปรนิมมิตวสวัตตี
|
๖.๑ ฝ่ายเทวดา
|
เป็นที่อยู่ของพระยามาร
|
ทำบุญด้วยความปีติสุขในการให้
|
ท้าวปรนิมมิตเทวราช
|
||||
๖.๒ ฝ่ายมาร
|
||||
พระยามาร
|
๑. จาตุมหาราชิกาภูมิ เป็นที่อยู่ของเทวดารับใช้ท้าวจตุโลกบาลทั้ง ๔ มีอายุ
๕๐๐ ปีทิพย์ (๙ ล้านปีมนุษย์)
ถือว่าเป็นด่านแรกที่ป้องกันไม่ให้พวกอสูรบุกขึ้นไปบนสวรรค์
๒. ตาวติงสาภูมิ หรือสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีเมืองชื่ออมราวดีนครปกครองโดยพระอินทร์
และมีเทวดาเป็นเสนาบดีผู้ช่วย ๓๓ ตน หนึ่งในนั้นคือ
ท้าวทักษะซึ่งเป็นเทพแห่งปัญญาและเป็น พ่อตาของเหล่าเทวดาทั้งหลาย
เนื่องจากมีลูกสาวมาก ครั้งหนึ่งท้าวทักษะเคยมีอำนาจมากครอบครองทั้งสามโลก
แต่เนื่องจากดูถูกพระศิวะจนนางสตีธิดาคนหนึ่งของตนที่เป็นชายาพระศิวะฆ่าตัวตาย
พระศิวะโกรธจึงตัดหัวท้าวทักษะออกและเปลี่ยนให้เป็นหัวแพะสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มีความสำคัญกับวรรณคดีไทยมาก
เช่น
ก)
มีต้นไม้วิเศษคือ ต้นปาริชาต ถ้าใครได้กลิ่นก็จะระลึกชาติได้
ข)
เป็นที่ตั้งของพระเกศจุฬามณีเจดีย์ ซึ่งบรรจุพระเกศธาตุของพระพุทธเจ้าไว้
เป็นต้น
๓ ยามาภูมิ มีท้าวสุยามเทวราชเป็นผู้ปกครอง เป็นที่มีความสุขสงบกว่าสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
เพราะไม่มีเรื่องทำสงครามกับอสูร
๔ ตุสิตาภูมิ หรือสวรรค์ชั้นดุสิต
มีท้าวสันดุสิตเทวราชเป็นผู้ปกครอง เป็นที่มีความสุขสงบกว่าชั้นยามา
กล่าวกันว่าเป็นที่สถิตของพระโพธิสัตว์หลายก่อนที่จะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าทุกพระองค์
และเป็นที่สถิตของพระพุทธมารดาหลังจากสิ้นพระชนม์ทุกพระองค์
โดยพระพุทธมารดาจะมาอุบัติขึ้นในสวรรค์ชั้นนี้กลายเป็นเทพบุตรเพศชาย
เนื่องจากหมดกรรมที่ปรารถนาจะเป็นพุทธมารดาแล้ว แต่พระโพธิสัตว์จะไม่ไปเกิดในสวรรค์ที่อยู่สูงไปกว่าชั้นดุสิต
เพราะเมื่ออยู่ในสวรรค์ชั้นสูงขึ้นไปกว่านี้อาจจะเพลิดเพลินกับความสุขจนยึดติดและไม่ยอมจุติลงมาในโลกอีกเลย
นอกจากจะหมดบุญ
๕ นิมมานรตีภูมิ มีท้าวสุนิมมิตเทวราชปกครอง สวรรค์ชั้นนี้มีความสุขสงบกว่าชั้นดุสิต
ว่ากันว่าเมื่อเทวดาในสวรรค์ชั้นนี้ต้องการอะไรก็เนรมิตเอาได้เอง
๖ ปรนิมมิตวสวัตตีภูมิ
แบ่งเป็น
๖.๑ ฝ่ายเทวดา มีท้าวปรนิมมิตเทวราช เป็นผู้ปกครอง
๖.๒ ฝ่ายมาร มีท้าวปรนิมิตวสวัตตีมาราธิราช
หรือ กามเทพ หรือพระยามาร เป็นผู้ปกครอง
สวรรค์ชั้นนี้มีความสุขยิ่งกว่าสวรรค์ชั้นนิมมานรตี
เพราะถ้าเทวดาในสวรรค์ชั้นนี้ต้องการอะไร เทวดาชั้นนิมมานรตีก็จะขึ้นมาเนรมิตให้
เนื่องจากเป็นที่มีความสุขเกินไปพระยามารจึงเกิดมิจฉาทิฐิ
ริษยาและหวาดกลัวว่าพวกมนุษย์จะไม่ตกอยู่ในอำนาจของตน
§ พรหมโลก
ชั้นพรหมโลกเป็นที่ไปเกิดของผู้บรรลุธรรมขั้นสูงปราศจากตัณหาและกามราคะทั้งหลาย
มี
๑
รูปพรหม ๑๖ ชั้น
๒
อรูปพรหม ๔ ชั้น
โดยชั้นอรูปพรหมจะมีสุขและอายุยืนกว่าชั้นรูปพรหม
แต่พรหมในชั้นนี้ไม่สามารถบรรลุธรรมได้ ได้แต่เสวยผลบุญอยู่เท่านั้น ส่วนชั้นรูปพรหมสามารถบรรลุธรรมได้
โดยชั้นสูงสุดของรูปพรหมคือ ชั้นอกนิฏฐภูมิ หรือชั้นอกนิฏฐพรหม โดยคนไทยโบราณเชื่อว่าเมื่อเกิดไฟบรรลัยกัลป์ล้างโลกไฟจะไหม้ขึ้นไปถึงสวรรค์ชั้นพรหม
เหลือแต่ชั้นอกนิฏฐภูมิที่ไฟไหม้ขึ้นไปไม่ถึง
พวกเทวดาทั้งหลายก็จะหนีตายขึ้นขออยู่บนชั้นอกนิฏฐพรหมกันหมด
จนเบียดกันไม่เหลือช่องว่างใด ๆ เลย จนเมื่อฝนตกหนักมาดำไฟน้ำท่วมโลกจนเหมือนว่าปลาเกือบจะขึ้นไปกินดาวบนไฟได้
เมื่อน้ำแห่งลง
พระพรหมชั้นอาภัสสรพรหมต่างก็ได้กลิ่นง้วนดินหอมลอยขึ้นไปจากพื้นโลกถึงชั้นพรหมโลก
เมื่อพรหมชั้นอาภัสสรพรหมตนได้อดใจไม่ได้ ก็เหาะมาลองตักกินดูด้วยความอยากรู้
เมื่อได้ลิ้มรสง้วนดินที่มีรสเหมือนเนยข้นก็เกิดจิตมีกิเลส
จึงกลายเป็นมนุษย์ปรากฏเพศเป็นหญิงชายตามบุญกรรม
เมื่อกลายเป็นคนธรรมดาแล้วก็เหาะกลับไปพรหมโลกไม่ได้
จึงจับคู่เป็นสามีภรรยาอยู่บนโลกมนุษย์กลายเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ต่อมา
ซึ่งชาวไทยเรียกบรรพบุรุษคู่แรกของมนุษย์ว่า “ปู่แสง ย่าสาง” ซึ่งอาจจะเป็นตัวแทนของแสงสว่างในอรุณรุ่งของวันใหม่ที่เรียกว่า
“ฟ้าสาง” ก็ได้
ตามความเชื่อเกี่ยวกับตำนานต้นผีไทยกล่าวอีกว่า
นอกจากปู่แสง ย่าสางจะเป็นพรหมที่ลงมาเป็นมนุษย์คู่แรกแล้ว เมื่อปู่แสง
ย่าสางแก่เฒ่ามาก ๆ แต่ไม่ยอมตายก็กลายเป็น ผีปอบคู่แรกด้วย
อนึ่งแม้ว่าชั้นพรหมโลกจะเป็นที่มาเกิดของผู้บรรลุธรรม
แต่พระพรหมที่อยู่ในชั้นพรหมโลก ยกเว้นพรหมธาดา เทพผู้สร้างนั้น พรหมอื่น ๆ ก็เกิดมีมิจฉาทิฐิกลายเป็นมารร้ายได้เหมือนกันเรียกว่า
“อสูรพรหม” น่าจะเป็นรูปพรหมเท่านั้นเพราะแม้จะปราศจากกามราคะ
แต่มีความเห็นผิดและอหังการได้ ซึ่งถ้าอสูรพรหมคิดร้ายทำลายโลกมนุษย์
ดังเช่นอสูรพรหมที่มีตาเป็นไฟหวังจะใช้ตาไฟของตนทำลายล้างโลกพระศิวะก็มีหน้าที่ขึ้นไปปราบและสังหารอสูรพรหมตนนั้น
ดังที่ปรากฏในเรื่องนารายณ์สิบปาง
ด้านล่างภาพไตรภูมิวาดใหม่สมัย ร.๙ ปลาอานนท์อยู่ในบาดาลโลก และบาดาลโลกอยู่ก่อนนรก
ภาพไตรภูมิวาดใหม่ ร.๙
ที่มา https://www.pinterest.com/banchornsuwan/ไตรภูมิ
ด้านล่างภาพไตรภูมิวาดใหม่สมัย ร.๙ ปลาอานนท์อยู่ในบาดาลโลก และบาดาลโลกอยู่ก่อนนรก
ภาพไตรภูมิวาดใหม่ ร.๙
ที่มา https://www.pinterest.com/banchornsuwan/ไตรภูมิ
เปรียบเทียบภูมิต่าง ๆ ในวรรณกรรมสากลกับไตรภูมิของไทย
|
ล.
|
โลกศาสตร์สากลและไทย
|
|||||||
|
อียิปต์
|
กรีก
|
เมโส
|
จีน
|
ญี่ปุ่น
|
ฮินดู
|
ไทย
|
ไวกิ้ง
|
|
|
๑
|
แดนสว่าง
|
สวรรค์
|
สวรรค์มหาเทพ
|
สวรรค์
|
สุริยเทวีโลก
|
พรหมโลก
|
นครนิพพาน
|
วานาไฮล์ม
|
|
๒
|
สวรรค์ปวงเทพ
|
ตปโลก
|
อรูปพรหม ๔
|
|||||
|
๓
|
มหรฺโลก
|
รูปพรหม
๑๖
|
||||||
|
๔
|
ชนโลก
|
ปรนิมมิตวสวัสตี
|
||||||
|
๕
|
สวรฺโลก
|
นิมมานรดี
|
||||||
|
๖
|
ดุสิต
|
|||||||
|
๗
|
ยามา
|
อัลฟ์ไฮล์ม
|
||||||
|
๘
|
ดาวดึงส์
|
แอสการ์ด
|
||||||
|
๙
|
จตุมหาราชิกา
|
นิดาเวลลีร์
สวาตัลฟ์ไฮล์ม
|
||||||
|
๑๐
|
เขาออกกับตก
|
เขาโอลิมปัส
|
มาชุ
|
เทียนซาน
|
ฟูจี
|
สุเมรุ
|
พระสุเมรุ
|
ต้นอิกก์ดราซิล
|
|
๑๑
|
นุต
|
ยูเรนัส
|
อะนุ
|
ท้องฟ้า
|
ฟ้า-สวรรค์
|
ภุวรฺโลก
|
ท้องฟ้า
|
ท้องฟ้า
|
|
๑๒
|
โลกความตาย
|
นรก
|
นรก
|
เมืองผี
|
บรรพโลก
|
ปิตฤโ,ลก
|
ปรโลก
|
หอคอยวัลฮัลลา
|
|
๑๓
|
เกป
|
ไกอา
|
กี/เทียมัต
|
ผานกู่
(จีน)
|
ญี่ปุ่น
|
สัปตทวีป
|
ทวีปทั้ง
๔
|
มิดการ์ด (ยีเมียร์)
|
|
๑๔
|
แม่น้ำมรณะ
|
แม่น้ำมรณะ
|
แม่น้ำมรณะ
|
ทะเลทั้ง
๔
|
แดนมังกร
|
สัปตสาคร
|
สีทันดร
|
มหาสมุทร
|
|
๑๕
|
แดนมืด
|
ทาร์ทารัส
|
ปีซีดาร์
|
แดนปีศาจ
|
แดนราตรี
|
รสาตละ
|
อสุรกายภูมิ
|
โยทุนไฮล์ม
|
|
๑๖
|
แดนมืด
|
ใต้โลก
|
แดนอุตนาบีซติม
|
แดนมังกร
|
แดนราก
|
ปาตาล
๗
|
นาคโลก
|
รากต้นไม้โลก
|
|
๑๗
|
โลกความตาย
|
นรก
|
นรก
|
นรก
๑๐
|
นรก
|
ยมโลก
|
นรก
๘
|
เฮลไฮล์ม
|
|
๑๘
|
แดนมืด
|
ทาร์ทารัส
|
|
นรกหนาว
|
|
|
โลกันต์
|
นิฟเฟลไฮล์ม
|
















































































